หลังจากศิษย์พี่จินโยนเฉียนเล่อฉือออกไปราวกับขยะชิ้นหนึ่ง เขาก็กวาดสายตามองเมิ่งฝานครู่หนึ่งโดยมิได้เอ่ยคำใด ก่อนจะหันหลังกลับไปประจำตำแหน่งเดิมของตนอย่างเยือกเย็น
เมิ่งฝานมองตามแผ่นหลังนั้นพลางหวนคิดด้วยความประหลาดใจ
ศิษย์พี่จินยืนห่างออกไปถึงสิบเมตร ในขณะที่เฉียนเล่อฉืออยู่ห่างจากเขาเพียงเมตรเดียวเท่านั้น ทว่ายามที่เฉียนเล่อฉือลงมือ ศิษย์พี่จินกลับทะยานมาถึงตัวและจัดการโยนทิ้งออกไปได้ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งวินาที
ความเร็วระดับนี้ ช่างน่าพรั่นพรึงยิ่งนัก!
เมิ่งฝานมั่นใจได้ทันทีว่า ศิษย์พี่จินแห่งหอคัมภีร์ผู้นี้ มีพลังฝีมือเหนือกว่าศิษย์พี่หลัวแห่งหอศาสตราไปไกลโข ในเมื่อศิษย์พี่หลัวอยู่ในระดับวรยุทธ์แท้จริงขั้นที่แปด เช่นนั้นศิษย์พี่จินผู้นี้น่าจะเป็นยอดฝีมือใน ระดับเทียนหยวน เป็นแน่
เขาโคลงศีรษะเบา ๆ เพื่อไล่ความคิดฟุ้งซ่านออกไป ระดับพลังของศิษย์พี่จินจะสูงส่งเพียงใดก็หาได้เกี่ยวข้องกับเขาไม่
อีกประการหนึ่ง ต่อให้ศิษย์พี่จินมิยื่นมือเข้าแทรกแซง เมิ่งฝานก็มั่นใจเต็มเปี่ยมว่าเขาสามารถจัดการโยนเจ้าเฉียนเล่อฉือออกไปได้ด้วยมือของเขาเอง