“ยามที่เจ้าออกกระบี่ปลิดชีพศัตรูเมื่อครู่ นอกจากเจตจำนงกระบี่สังหารอสูรแล้ว ดูเหมือนข้าจักสัมผัสได้ถึงเจตจำนงกระบี่อีกสายหนึ่งแฝงเร้นอยู่ด้วยใช่หรือไม่?”
ตลอดการต่อสู้ระหว่างเมิ่งฝานกับพญางู ท่านผู้เฒ่าหลินหาได้ละสายตาไปไม่ ท่านลอบสังเกตการณ์อยู่ในเงามืดตลอดเวลา
ด้วยดวงตาอันเฉียบแหลมที่ผ่านโลกมาอย่างโชกโชน ท่านย่อมมองเห็นความลุ่มลึกที่แฝงอยู่ในเพลงกระบี่ของเมิ่งฝานได้อย่างปรุโปร่ง นอกจากเจตจำนงสังหารอสูรและกระบวนท่าอสนีบาตแล้ว ท่านยังสัมผัสได้ถึงเจตจำนงกระบี่อีกสำนักหนึ่งที่ดูแปลกแยกออกไป!
ยิ่งไปกว่านั้น เจตจำนงสายนี้ท่านมิเคยพานพบที่ใดมาก่อน และดูประหนึ่งจักมิใช่วิชาที่สืบทอดกันมาในสำนักกระบี่ซู่ซันเสียด้วยซ้ำ
เมิ่งฝานเอ่ยตอบด้วยท่าทีเรียบเฉยประหนึ่งมิกังวลอันใดว่า “ท่านอาจารย์ขอรับ เจตจำนงกระบี่สายนี้ ศิษย์ได้ตระหนักรู้แจ้งมาจากหน้าแผ่นศิลาเทพกระบี่ขอรับ”
เขาจงใจเลี่ยงมิบอกว่าได้รับรู้มาจากจิตวิญญาณกระบี่ในอาวุธ เพราะคำกล่าวอ้างเช่นนั้นดูจักเหนือสามัญสำนึกเกินไป ต่อให้พูดไปท่านผู้เฒ่าหลินก็คงยากจักเชื่อถือ