สิ่งที่ต่างออกไปคือ หลังจากได้ยินเสียงเตือนของหงชี่ เมิ่งฝานกลับไม่ได้ชักมือกลับอย่างที่เคยทำ เขายังคงยื่นมือออกไปคว้าจับกระบี่เล่มนั้นอย่างแน่วแน่
ในช่วงที่ผ่านมา กระบี่ที่เขาได้สัมผัสล้วนเป็นเพียงกระบี่ชั้นเลว ต่อให้มี ‘เจตจำนงกระบี่สังหาร’ สถิตอยู่ ผลลัพธ์ที่ได้ก็ยังไม่เป็นที่น่าพอใจนัก
ในเมื่อโชคชะตาชักนำให้เขาได้พบกับกระบี่วิญญาณเล่มนี้ เมิ่งฝานจึงตัดสินใจเลิกหลบหนี และเลือกที่จะใช้มันเป็นบททดสอบขีดจำกัดของตนเอง
ในยามนี้ เมิ่งฝานฝึกปรือจนบรรลุถึง ระดับสามแห่งขอบเขตเพาะลมปราณ อีกทั้งยังได้ยาชำระกายมาช่วยขัดเกลาร่างกายทุกเมื่อเชื่อวัน ทำให้สังขารของเขาแข็งแกร่งเหนือกว่าแต่ก่อนอย่างเทียบไม่ติด
และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ หลังจากที่เขาได้หยั่งรู้ความลับจาก ศิลาจารึกเทพกระบี่ พลังทาง ‘จิตสำนึก’ ของเขาก็รุดหน้าและเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด
“ถึงเวลาที่ข้าจะลองสัมผัสกระบี่วิญญาณดูสักตั้งแล้ว!” เมิ่งฝานพึมพำกับตัวเองเบา ๆ
“อย่าหุนหันพลันแล่น!” เสียงของหงชี่สั่นเครือด้วยความร้อนรน เธอกรีดร้องเตือนเขาในห้วงแห่งจิต