ถึงกระนั้น เขาก็ไม่ได้คิดจะทุ่มเทเวลาไปกับการฝึกฝนวิชากระบี่ทีละอย่างให้แตกฉาน เมิ่งฝานเพียงมุ่งเน้นไปที่การวิเคราะห์ แยกแยะ และหลอมรวมแก่นแท้ของวิชาเหล่านั้นเข้าด้วยกัน เพื่อกรุยทางสู่การสร้างสรรค์ ‘หมื่นกระบี่คืนสำนัก’ ในแบบฉบับของตนเอง
เขาเชื่อมั่นว่า… หากวันใดที่วิชาหมื่นกระบี่คืนสำนักนี้บรรลุผลสำเร็จเป็นรูปธรรม เมื่อนั้นมันจะไม่ใช่เพียงแค่การสั่นสะเทือนสำนักกระบี่ซู่ซัน…
แต่มันจะสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งใต้หล้า!
น่าเสียดายที่เป้าหมายอันยิ่งใหญ่นี้ไม่อาจสำเร็จได้เพียงชั่วข้ามคืน ภาระที่แบกไว้นั้นหนักอึ้ง และหนทางข้างหน้ายังคงอีกยาวไกลนัก
แสงอัสดงเริ่มทาทาบขอบฟ้า เวลาหนึ่งวันกำลังจะผ่านพ้นไปในชั่วพริบตา
ศิษย์พี่หลัวยังคงไม่กลับมา เมิ่งฝานจึงยังไม่รีบร้อนปิดประตูหอ เขาตั้งใจว่าจะรอจนกว่าศิษย์พี่จะกลับมาถึงเสียก่อน
ทว่า… คนที่เขารอคอยกลับไม่ใช่ศิษย์พี่หลัว แต่เป็นศิษย์ผู้หนึ่งที่ปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางแสงยามเย็นที่กำลังจะลับลา
“ข้ามาเพื่อแลกเปลี่ยนศาสตรา”
น้ำเสียงนั้นราบเรียบแต่แฝงพลัง บุรุษหนุ่มในอาภรณ์ศิษย์สายในก้าวพ้นธรณีประตูหอศาสตราเข้ามา ก่อนจะเอ่ยจุดประสงค์กับเมิ่งฝานโดยตรง