ทันทีที่เขาย่างกรายผ่านพ้นธรณีประตู ภาพแรกที่ปรากฏแก่สายตาก็คือชายชราผู้หนึ่งในชุดคลุมที่เก่าคร่ำคร่าจนขาดรุ่งริ่ง นั่งทอดถอนลมหายใจอยู่บนม้านั่งตัวเล็ก ๆ หน้าประตู
เมิ่งฝานพลันสำรวมท่าทีรวบรวมสมาธิให้แน่วแน่และแสดงความเคารพอย่างนบนอบทันที
เพราะตามตำนานหรือเรื่องเล่าที่เขาเคยผ่านหูผ่านตามา ผู้ที่พำนักอยู่ในสถานที่เร้นลับและแต่งกายมอมแมมเช่นนี้ มักจะเป็น ‘ยอดคนเหนือโลก’ ที่เร้นกายอยู่อย่างแน่นอน!
ชายชราปรายตามองเมิ่งฝานแวบหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาไร้ความรู้สึกว่า “เจ้าหนุ่ม เจ้ามาผิดที่แล้ว… สถานที่แห่งนี้ไม่ใช่ที่ที่คนอย่างเจ้าจะย่างกรายเข้ามาได้”
เมิ่งฝานรีบประคองเหรียญประจำตัวศิษย์เฝ้ากระบี่ยื่นให้อีกฝ่ายด้วยกิริยาอันสุภาพ
“เรียนท่านผู้อาวุโส ข้าน้อยคือศิษย์เฝ้ากระบี่คนใหม่ที่ถูกส่งมาประจำการ ณ หอศาสตราแห่งนี้ขอรับ”
ชายชรารับเหรียญไปพิจารณาเพียงชั่วครู่ ก่อนจะโยนกลับคืนให้เมิ่งฝานอย่างไม่ใส่ใจ พลางแค่นหัวเราะอย่างมีเลศนัย “หึ ๆ … ข้าล่ะสงสัยนักว่าเจ้าไปล่วงเกินผู้ใดเข้ากันแน่? ถึงได้ถูกเขี่ยทิ้งให้มาลงเอยเป็นศิษย์เฝ้ากระบี่ในสุสานศาสตราเช่นนี้”
“เอ๊ะ?” เมิ่งฝานชะงักงันด้วยความมึนงง