ำงาน และทีวีติดผนังที่เขาใช้แค่เป็นเสียงพื้นหลังเท่านั้น
อพาร์ตเมนต์นี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลจัดสรรให้ หลังจากเขากลายเป็นเด็กกำพร้าในวัยเพียง 16 ปี
บนเตียงมีเพียงกระเป๋าเดินทางใบเดียว บรรจุข้าวของทั้งหมดของเขา
ควินน์เปิดลิ้นชักโต๊ะทันที ด้านในมีหนังสือเล่มหนึ่ง วางอยู่เงียบๆ มันเป็นเล่มใหญ่ หนักราวครึ่งกิโลกรัม หน้าปกสีดำสนิท ลวดลายตรงกลางเป็นวงแหวนที่แตกแขนงออกไปคล้ายรอยแยกของสายฟ้า
“ลองอีกครั้งก็แล้วกัน…” เขาพึมพำ พลางวางหนังสือลงบนโต๊ะ
เขารีบไปหยิบหลอดทดลองขนาดเล็กที่มีของเหลวใสอยู่ข้างใน
“การทดสอบที่ 112… กรดไฮโดรคลอริก มาดูกันว่าแกจะทำตัวยังไง”
เขาค่อยๆ เทของเหลวลงบนปกหนังสือ รอให้มันแสดงปฏิกิริยาอะไรสักอย่าง
“ไม่มีอะไรเกิดขึ้น…” ควินน์ยังคงเทต่อจนของเหลวหมดหลอด
หนังสือยังคงเหมือนเดิม ไม่เสียหายแม้แต่น้อย
“ล้มเหลวอีกแล้ว… ให้ตายสิ แกจะเปิดออกมาบ้างไม่ได้รึไง? แล้วพ่อกับแม่มีของแบบนี้ไว้ทำไมกัน?”
112 ครั้งแล้วที่เขาพยายามเปิดหนังสือเล่มนี้ เขาเคยพยายามเผา ตัด หลอม แม้แต่จุ่มมันลงในน้ำกรด แต่ไม่มีอะไรทำให้มันเปิดออก หรือแม้แต่ทำให้เกิดรอยขีดข่วน
ควินน์ถอนหายใจ แล้วล้มตัวลงบนเตียง เปิดทีวีเพื่อให้มีเสียงคนอื่นในห้อง
“สนธิสัญญาสันติภาพกับเผ่าพันธุ์ดัลกี้ดำเนินมาเป็นเวลาห้าปีแล้ว… แต่เจ้าหน้าที่เตือนว่าความตึงเครียดกำลังกลับมาอีกครั้ง…”
สงคราม ดัลกี้ และความหวาดกลัว—เรื่องพวกนี้อยู่ในข่