ามรู้เป็นอย่างไรบ้าง”
“มิกล้าแสดงความเขลาต่อหน้าผู้อื่น เพียงแต่ยามว่างมักหยิบยืมตำรามาอ่านอยู่เสมอ พอจะได้ซึมซับหลักคำสอนของเหล่าปราชญ์มาบ้างก็นับว่าพอใจแล้วขอรับ” บัณฑิตแซ่สวี่ตอบอย่างสำรวม
“อืม…”
ชายชราที่นั่งอยู่เบื้องบนพยักหน้า ดูท่าทางจะพึงพอใจยิ่งนัก
แม้ทั้งสองฝ่ายจะเป็นคนตระกูลเดียวกันแต่ก็หาได้สนิทสนม การสนทนาจึงเป็นไปตามมารยาทและเต็มไปด้วยความระมัดระวัง ทว่าเพียงมารยาทและการพูดจาของคนหนุ่มผู้นี้ ก็ทำให้เขารู้สึกพึงพอใจมากแล้ว
ในตระกูลใหญ่เช่นนี้ ความสัมพันธ์มักซับซ้อนและพัวพันกันประหนึ่งรากไม้ที่หยั่งลึก ความเป็นเครือญาติเช่นนี้ไม่เพียงแต่พวกเขาจะยอมรับกันเอง แต่สังคมภายนอกก็ให้การยอมรับอย่างกว้างขวาง คนหนุ่มในตระกูลโดยเฉพาะผู้ที่ได้รับการสนับสนุนจากตระกูลหลัก หากภายหลังประสบความสำเร็จไม่ว่าจะเป็นด้านการค้า การเมือง หรือศิลปะการต่อสู้ ย่อมยากที่จะตัดขาดจากตระกูลหลักได้ และแน่นอนว่าในระหว่างทาง หากเจ้าแสดงความสามารถโดดเด่นออกมา ตระกูลหลักมักจะยื่นมือเข้าช่วยเหลือเสมอ ซึ่งในช่วงแรกมักเป็นการช่วยเหลือฝ่ายเดียว
เพียงแต่ตระกูลสวี่มาตั้งหลักที่นี่นานเกินไป สมาชิกกระจัดกระจายกันออกไปมาก ต่อให้มีอำนาจล้นฟ้าเพียงใด ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะดูแลได้ทั่วถึงทุกคน
หากคนหนุ่มผู้นี้มีคุณธรรมและใฝ่ดี ทั้งยังเป็นคนตระกูลสวี่ หากแต่ก่อนไม่รู้จักกันก็แล้วไปเถิด แต่ในเมื่อยามนี้ได้รู้จักกันแล้ว ทั้