งยังมีวาสนาเกี่ยวพันกันลึกซึ้ง ชายชราก็ไม่เกี่ยงที่จะทุ่มเทฟูมฟักเขา
“ข้าขอถามเจ้า! คืนนี้เจ้าเต็มใจจะลงบ่อ เพื่อพาพี่น้องร่วมตระกูลที่ไม่ได้ความเหล่านั้นออกมาจากรังของปีศาจร้ายจริงๆ หรือ”
“จะพาออกมาได้หรือไม่ผู้น้อยมิกล้ารับปาก แต่ผู้น้อยกล้าลงไปเผชิญหน้าแน่นอน และขอให้สัตย์ปฏิญาณว่าจะทำอย่างสุดความสามารถขอรับ”
“เจ้ารู้ใช่ไหมว่าข้างล่างนั่นมีปีศาจ”
“ในอำเภอฝูเหยาแห่งนี้ มีใครบ้างไม่รู้”
“ดี! ช่างใจกล้านัก!”
“ผู้น้อยมิได้ใจกล้า เพียงแต่ระลึกถึงพระคุณของตระกูลหลัก ได้ยินว่าปีศาจร้ายก่อกวนตระกูลมาตลอดปี ประการแรกผู้น้อยรู้สึกปวดใจที่ตระกูลผู้เมตตาถูกปีศาจข่มเหง ประการที่สองคืออยากแบ่งเบาภาระเพื่อตอบแทนบุญคุณที่ส่งเสียให้เรียนหนังสือ ทว่าผู้น้อยความสามารถต่ำต้อยจึงมิอาจช่วยอะไรได้” บัณฑิตแซ่สวี่กุมมือคารวะ “วันนี้เข้าเมืองมาคืนตำรา เห็นท่านอาประกาศรางวัลในย่านชุมชนแต่กลับไม่มีใครกล้ารับ งานนี้เร่งด่วนยิ่งนัก อีกทั้งยังได้ยินว่าการลงไปครั้งนี้จะมีของวิเศษจากท่านเซียนคอยคุ้มครอง ปีศาจมิอาจกล้ำกราย ภูตผีมิอาจรบกวน ผู้น้อยจึงคิดว่า แล้วมีอันใดให้ต้องขลาดกลัวเล่า จึงได้มาที่นี่ขอรับ!”
“เจ้าหนุ่มนี่ดีแท้!”
ชายชราเอ่ยชมอีกครั้ง แววตาฉายความชื่นชมมากขึ้น ก่อนจะถามต่อว่า “เช่นนั้นเจ้าบอกข้าที ในย่านชุมชนมีชาวยุทธ์ผู้กล้ามากมาย ล้วนแต่เป็นคนขวัญกล้า เหตุใดจึงไม่มีใครกล้ารับงานนี้”
“หนึ่งคือกลัว