นแคระจะจากไปแล้ว แต่ภายในห้องยังคงมีเสียงดนตรีร่ายรำแว่วมาอย่างแผ่วเบา เสียงนั้นแผ่วเบายิ่งนัก หากพูดคุยกันอยู่ย่อมไม่ได้ยิน หากไม่ตั้งใจฟังย่อมไม่ได้ยิน หรือแม้แต่ลมหายใจที่หนักหน่วงเกินไปก็อาจกลบเสียงนั้นได้ จำต้องผ่อนลมหายใจให้แผ่วเบาและรวบรวมสมาธิเท่านั้นจึงจะได้ยินเสียงที่ลอดออกมาจากประตูเล็กๆ เหล่านั้น
“นักพรต ทำไมเจ้าไม่แปลงกายเป็นคนแคระแล้วลงไปเล่นสนุกกับพวกเขาเล่า” แม่นางสามสีเอ่ยขึ้น “แม่นางสามสีจะคอยปกป้องเจ้าเอง”
“ข้าไม่ได้สนใจน่ะสิ”
“ตอนนี้พวกมันหนีหายไปหมดแล้ว!”
“เดี๋ยวพวกเขาก็กลับมาอีก”
“พวกเขาหรือ”
แมวสามสีนึกสงสัยในใจ แต่นางก็นั่งลง จ้องมองไปยังประตูเล็กตรงริมกำแพงเขม็ง พลางหันไปมองประตูบานอื่นๆ เป็นระยะ
ในที่สุดก็มิอาจต้านทานความสอดรู้สอดเห็นได้ นางเยื้องกรายด้วยท่วงท่าอันสง่างามไปที่ขอบเตียง กระโดดลงไปแล้วเดินตรงไปยังประตูจิ๋วเหล่านั้น บางครั้งก็เอียงคอแนบหูฟังที่หน้าประตูอย่างตั้งใจ บางครั้งก็หมอบตัวลงชะโงกหน้าเข้าไปสำรวจข้างในด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ผ่านไปครู่หนึ่ง นางจึงถอยห่างออกมาแล้วกระโดดขึ้นไปบนขอบหน้าต่าง พุ่งตัวออกไปข้างนอกครู่หนึ่งก่อนจะกลับเข้ามา แล้วรายงานนักพรต
“พวกมันเหมือนกับหนูเลย อาศัยอยู่ในรู แต่รูของพวกมันใหญ่มาก ที่ลึกที่สุดอยู่ใต้ภูเขาในลานบ้าน”
“เขาเรียกภูเขาจำลอง”
“เขาจำลอง!”
“แม่นางสามสีช่วยได้มากจริงๆ”
“ถ้าอย่างนั้นก็ขอบคุณแม่นางสามสีด้ว