ายมีนามว่าอย่างไร เดินทางมาจากที่ใด และกำลังจะมุ่งหน้าไปที่ใดหรือ”
“ข้าน้อยแซ่ซ่งนามโหยว เป็นชาวอี้โจว ลงจากเขาออกเดินทางมาได้เก้าปีแล้ว ก่อนหน้านี้เพิ่งผ่านหยางโจวและปั๋วโจวมา บังเอิญผ่านมาถึงที่นี่ เดิมทีตั้งใจจะมาขอแลกเสบียงอาหารไว้พกพา แต่ได้ยินว่าในเมืองมีเรื่องประหลาดเกิดขึ้นมากมาย โดยเฉพาะเรื่องในจวนของท่านที่ดูจะหนาหูที่สุด จึงอยากจะแวะมาดูเพื่อคลายความสงสัย” ซ่งโหยวกล่าวตามความจริง “หากสามารถขจัดสิ่งอัปมงคลให้จวนของท่านได้ ก็ขอเพียงให้ท่านช่วยมอบเสบียงกรังหรือข้าวปลาให้ข้าน้อยสักหน่อย เพื่อไว้ใช้ประทังชีพระหว่างเดินทางก็พอ”
“โอ้! เสบียงอาหารน่ะหรือ ต่อให้คุณชายปราบปีศาจไม่ได้แล้วจะเป็นไรไป ท่านเป็นผู้ทรงศีลจากขุนเขา ต่อให้ไร้วิชาปราบปีศาจ เพียงแค่มาเยือนถึงประตูจวนตระกูลสวี่ เสบียงอาหารย่อมมีให้จนเหลือเฟือแน่นอน อีกทั้งท่านยังมีแก่ใจมาช่วยเหลือ ตระกูลสวี่ของเราก็ซาบซึ้งใจยิ่งนักแล้ว” ชายชรากล่าวละล่ำละลัก แทบจะเข้าไปจับไม้จับมือนักพรต “เชิญเถิด รีบเชิญเข้าข้างในก่อน”
กล่าวจบเขาก็หันไปขอบคุณเถ้าแก่หยาง และกำชับให้รีบกลับไปก่อนที่ฟ้าจะมืดสนิท จากนั้นจึงเชิญคณะของซ่งโหยวเดินผ่านประตูใหญ่เข้าไป
“คุณชายรับประทานมื้อค่ำมาหรือยัง”
“ยังเลย ยังหิวอยู่”
“เร็วเข้า! ไปสั่งห้องครัว จัดเตรียมสุราเลิศรสและอาหารชั้นดีมาเดี๋ยวนี้!”
“ขอบคุณท่านประมุขมาก…”
“แล้วม้าของท่านเล่า”
“ม้าตัวนี้แสนร