ู้ ยิ่งนัก ฟังภาษามนุษย์ออก ท่านประมุขเพียงหาที่ทางให้มันพักผ่อน จัดหาหญ้าและน้ำให้ก็พอ มันจะไม่วิ่งเพ่นพ่าน และไม่ทำร้ายใครแน่นอน”
“คุณชายช่างเป็นผู้มีวิชาสูงส่งจริงๆ!”
ชายชราจัดแจงเชิญเขาเข้าไปนั่งบนตำแหน่งประธานในห้องโถง โดยมีชายวัยกลางคนอีกสองสามคนคอยอยู่รับรองข้างๆ และยังมีบรรดาสตรีในบ้านแอบซุ่มฟังด้วยความอยากรู้อยากเห็นอยู่ห้องข้างๆ ด้วย
“คุณชายซ่งเดินทางมาไกลคงจะเหนื่อยล้า เชิญจิบน้ำชาสักจอก แล้วรับมื้อค่ำก่อนเถิดค่อยว่ากัน เรื่องปีศาจในจวนนี้มันดื้อรั้นนัก ไม่ใช่เรื่องที่จะแก้ได้ในวันเดียว คุณชายค่อยๆ พิจารณาเถิด ไม่ต้องรีบร้อนเกินไป”
“ไร้ผลงานมิกล้ารับรางวัล อาหารยังไม่ขึ้นโต๊ะ น้ำชาก็ไม่ได้ขัดขวางการเจรจา ท่านผู้เฒ่าสวี่โปรดเล่าเรื่องประหลาดในจวนให้ข้าน้อยฟังก่อนเถิด” ซ่งโหยวกล่าวกับเขา “พวกเราจะได้เริ่มตรึกตรองดู มิเช่นนั้นน้ำชาจอกนี้ข้าน้อยคงดื่มได้ไม่สะดวกใจ และอาหารมื้อนี้ก็คงกินได้ไม่ลงท้อง”
“พวกเราเก่งมากนะ!” เด็กหญิงเสริมขึ้น
“แน่นอน แน่นอน…”
ม้าขนแดงและเด็กหญิงตัวน้อย ล้วนเป็นสิ่งที่บ่งบอกสถานะของซ่งโหยวยามสัญจรไปมา ผู้มีสายตาแหลมคมย่อมมองออกว่าทั้งสองล้วนไม่ธรรมดา และย่อมส่งผลให้พวกเขารู้สึกว่าตัวซ่งโหยวเองก็ต้องไม่ธรรมดาเช่นกัน
ชายชราและบุตรชายหลายคนต่างหันมาสบตากัน ก่อนที่เขาจะค่อยๆ เริ่มบอกเล่าเรื่องราว
“ตั้งแต่ต้นปีมานี้ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใด ในจวนจึงมีเรื่