บทที่ 473 อำลาหยางตู
………………..
สายพิรุณหยุดโปรย ท้องนภาพลันกระจ่างใส
สายรุ้งทอดตัวยาวค้างอยู่บนนภดลเนิ่นนาน
หลังจากนั้นก็ตามมาด้วยวันฟ้าใสติดต่อกันอีกหลายครา อากาศร้อนระอุขึ้นทุกวัน เสียงจักจั่นเริ่มดังระงมขึ้นหลังสิ้นฝน แรกเริ่มเพียงประปราย ก่อนจะสอดประสานกันเป็นผืนเดียว ท่ามกลางความอื้ออึงนั้น นครหยางตูทั้งเมืองดูราวกับถูกอาบไล้ด้วยแสงแดดเจิดจ้า สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของฤดูร้อนอย่างเต็มเปี่ยม
ซ่งโหยวนั่งขัดสมาธิอยู่ใต้ชายคาเพียงลำพัง เสียงจักจั่นกลับยิ่งขับเน้นให้รอบกายดูเงียบสงัด แสงแดดที่แผดจ้านำพาความง่วงงุนมาให้ยามบ่าย หยางตูทั้งเมืองดูราวกับกลายเป็นเมืองร้าง มีเพียงเขานั่งนิ่งอยู่ตรงนี้เพียงผู้เดียว
ลานบ้านในยามนี้มิได้รกร้างเหมือนคราแรกที่มาถึงเมื่อปีก่อน
หญ้าแส้วัวและหญ้าหางแมวต่างเติบโตเขียวขจี มะเขือเปรี้ยวเลื้อยพันตามริมกำแพง ออกผลเล็กๆ สีเขียวบ้างแดงบ้างดูคล้ายโคมไฟจิ๋ว มองดูแล้วเจริญตายิ่งนัก ส่วนอีกด้านหนึ่งมีพริกปลูกไว้เป็นแถว ยามนี้กำลังออกดอกเล็กละเอียดสีขาวโพลนประหนึ่งดวงดาวพร่างพราย บนที่ว่างยังมีต้นหอมปลูกไว้ประปราย มีผีเสื้อตัวจ้อยขนาดเท่าเล็บมือบินร่อนไปมาอยู่ท่ามกลางหมู่มวลไม้
เคราะห์ดีที่แม่นางสามสีหอบหิ้วต้นฉบับของนางออกไปอัดเป็นหนังสือข้างนอก หากนางยังอยู่ในลานบ้านนี้ เกรงว่าคงไม่มีผีเสื้อตัวใดรอดพ้นเงื้อมมือนางไปได้
พอนึกถึงตรงนี้ ก็พลันมีเสียงเคลื่อนไหวบาง