อย่างดังขึ้น
แกรก…
สลักไม้ของประตูบ้านเลื่อนหลุดออกเอง
ตามมาด้วยเสียง เอี๊ยด…ยามประตูรั้วเปิดออก
เด็กหญิงตัวน้อยสะพายย่ามเดินเข้ามาภายใน
ใบหน้าของนางยังคงเรียบเฉยไร้ความรู้สึก ทว่าดวงตากลับเป็นประกายสดใส ย่างก้าวดูเบาสบายศีรษะสั่นไหวเล็กน้อยยามเดิน ดูท่าทางจะอารมณ์ดีมิน้อย
นางเหลือบมองนักพรตที่นั่งอยู่ใต้ชายคาด้วยความแปลกใจเล็กน้อย ก่อนจะสะพายย่ามเดินตรงเข้ามาหา
“แม่นางสามสี ราบรื่นดีหรือไม่” นักพรตหนุ่มเงยหน้ามองนาง
“ราบรื่นยิ่งนัก!” เด็กหญิงตอบ “ยินดีกับแม่นางสามสีด้วย!”
“ยินดีด้วยนะ แม่นางสามสี”
“ท่านเลี่ยวผู้นั้นบอกว่าแม่นางสามสีเขียนได้ดีมาก…”
“ขอบคุณนักพรตนะ”
“หืม”
เด็กหญิงชะงักไปครู่หนึ่ง เอียงคอมองนักพรต
นางนิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่ก่อนจะเอ่ยปาก “ขอบคุณนักพรต…”
“มิเป็นไร”
“เจ้า…เจ้า…”
“ท่านเลี่ยวผู้นั้นบอกว่าแม่นางสามสีเขียนได้ดีมาก” ซ่งโหยวนิ่งค้างอยู่ในท่าขัดสมาธิประหนึ่งผู้ทรงศีล เขาเงยหน้ามองเด็กหญิงพลางเอ่ยเรียบๆ “แม่นางสามสีเล่าต่อเถิด”
“ท่านเลี่ยวผู้นั้นบอกว่าแม่นางสามสีเขียนได้ดีมาก น่าสนใจยิ่งนัก อ่านแล้วรู้สึกเบิกบานใจ เขาจึงตกลงจะช่วยพิมพ์ออกมาเพื่อนำไปขายหาเงิน” เด็กหญิงตัวน้อยเอ่ยพลางก้มหน้าควานมือเข้าไปในย่าม หยิบเงินก้อนเล็กรูปทรงรังผึ้งสามก้อนออกมาให้นักพรตดู “เขายังให้เงินแม่นางสามสีมาด้วย บอกว่าเป็นค่าต้นฉบับที่ซื้อจากแม่นางสามสี”
“แล้วยาลูกกลอนที่ข้าให้แม่นางสาม