เป็นประจำ ดูท่าทางเตรียมจะจากไปไกล จึงอดไม่ได้ที่จะชะเง้อคอมอง หวังจะกล่าวคำอำลากับแม่นางน้อยที่เคยทำให้พวกเขารู้สึกอับอายในฝีมือ แต่กลับไม่พบเห็นเด็กหญิงคนนั้นเลย
ในขณะที่ทุกคนกำลังฉงนสงสัย เงาร่างเล็กๆ ร่างหนึ่งก็กระโดดวับขึ้นไปบนราวสะพานหิน ชะเง้อคอมองเขม็งมาที่พวกเขา
ขนฟูฟ่องสามสีและรูปลักษณ์งดงามนั่น
ช่างเหมือนกับชุดสามสีชุดนั้นไม่มีผิดเพี้ยน
นักพรตหนุ่มยืนอยู่ตรงหัวสะพาน ประสานมือคารวะลา
เจ้าแมวเองก็ยกอุ้งเท้าขึ้นกวักเบาๆ
สายลมโชยเอื่อยพัดพากิ่งเหมยและหลิวไหวเอน เป็นฤดูกาลแห่งการพรากจากในเดือนสี่
เจ้าแมวหมุนกายกระโดดลงไป
นักพรตเริ่มก้าวเดินต่อ
เดินลงจากเชิงสะพาน มุ่งหน้าออกไปนอกเมืองอย่างช้าๆ
ศาลเจ้าโจวเหลยกงก่อสร้างเสร็จสิ้นแล้ว ควันธูปลอยฟุ้งประหนึ่งหมู่เมฆ
ในช่วงเวลานี้ เหล่าเทพสายฟ้าคงจะยุ่งมิน้อย ทว่ามิได้เหนื่อยเปล่า ยิ่งทำเรื่องราวมาก ควันธูปบูชาก็ยิ่งหนาตา ยิ่งทำงานได้ดีเพียงใด ศรัทธาก็ยิ่งแรงกล้าเพียงนั้น
เรียกได้ว่ากิจการรุ่งเรือง
โจวเหลยกงควรจะขอบคุณเขาจริงๆ
ซ่งโหยวคิดเช่นนั้น ทว่าฝีเท้ายังคงก้าวเดินต่อไป สายตายังคงกวาดมองสิ่งรอบตัวไม่หยุดหย่อน
ด้านซ้าย ขุนนางพุงพลุ้ยนั่งอยู่ในเกี้ยว มือหนึ่งถือถาด มือหนึ่งหยิบขนมกินอย่างระมัดระวัง ด้านขวา กรรกรรับจ้างแบกหามเปลือยท่อนบนจนเห็นซี่โครง แบกกระสอบหนักจนเหงื่อโซมกาย แผ่นหลังไม่รู้ว่าถูกแดดเผาหรือถูกกระสอบเสียดสีจนเนื้อตั