นเพียงนักต้มตุ๋น มีอยู่คราหนึ่ง ระหว่างเดินเท้าเขาได้พบกับเทพเซียนที่กำลังนั่งพักผ่อนรับลม เขาจึงอาศัยจังหวะที่เทพเซียนงีบหลับกลางวันลักเอาอาวุธล้ำค่าของเทพเซียนมา นับแต่นั้นเขาก็สามารถปราบปีศาจจนมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่ว” ฮั่วเอ้อร์หนิวกล่าว “เทพเซียนองค์นั้นมีนามว่า ‘เซียนกระบี่วิเศษหลัว’ ขอรับ”
“แล้วอย่างไรต่อเล่า”
ซ่งโหยวมองเขาด้วยสายตานึกสนุก
“หลังจากนั้น…หลังจากนั้นก็เป็นเช่นนั้นขอรับ ไม่เคยได้ยินว่าท่านเซียนหลัวมาตามหาตัวเขา…”
“ที่แท้ท่านก็กำลังทำตามอย่างคนในเรื่องเล่า”
“ผู้น้อย…หน้ามืดตามัวไปชั่วขณะ…”
“เรื่องเล่าส่วนใหญ่คงเป็นเรื่องเท็จ ข้าไม่เคยได้ยินนามเซียนกระบี่วิเศษหลัวมาก่อนเลย” ซ่งโหยวส่ายหน้าพลางยิ้ม จ้องมองเขาตาไม่กะพริบ “ทว่าสิ่งที่ท่านกระทำนั้นเป็นเรื่องจริง”
“วันนั้นผู้น้อยดื่มสุราเข้าไป…”
แท้จริงแล้วฮั่วเอ้อร์หนิวแยกไม่ออกเลยว่ายามนี้คือความจริงหรือความเท็จ เป็นฝันหรือความจริง วันนั้นเขาไม่เคยเห็นหน้าค่าตาของซ่งโหยวอย่างชัดเจน ในห้วงฝันช่วงหลายวันที่ผ่านมา นักพรตที่เขาฝันเห็นก็หน้าตาเปลี่ยนไปทุกครั้ง วันนี้ก็เพียงแค่เปลี่ยนไปอีกโฉมหน้าหนึ่งเท่านั้น ทว่าเขาก็ไม่มีเวลามานั่งแยกแยะ อย่างไรเสียก็เป็นความผิดของตน ต่อให้ในฝันก็ควรยอมรับผิดและขอขมา เขาจึงได้แต่ก้มหน้าลง ไม่กล้าสบตาด้วย
………………..