นกำจัดปีศาจไปเท่าใดแล้ว”
“หกแห่ง…รวมวันนี้ด้วยเป็นเจ็ดแห่งขอรับ”
คำถามนี้ตอบได้ง่ายนัก และเขาก็มิได้หลงลืม
“กำจัดไปแห่งหนึ่ง ผู้น้อยก็ดื่มสุรามื้อหนึ่ง จำได้แม่นยำนัก ยามนี้ปีศาจละแวกนี้แทบจะถูกกำจัดไปจนหมดสิ้นแล้ว”
“ท่านนับว่าเก่งกาจมิเบา” ซ่งโหยวอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา นี่นับว่ามากกว่าจำนวนปีศาจที่เขากำจัดในเมืองเสียอีก เห็นทีต้องเป็นตอนที่เขาและแม่นางสามสีรอนแรมไปทั่วหล้าเท่านั้นถึงจะมีประสิทธิภาพเช่นนี้ “ในเมื่อท่านได้ของล้ำค่ามา เหตุใดจึงไม่เอาไปทำอย่างอื่นเล่า”
“ท…ทำอย่างอื่น สิ่งใดหรือขอรับ”
“ไม่เคยฉุกคิดเลยหรือ หรือท่านคิดว่ามันใช้ได้เพียงปราบปีศาจทุบตีผีร้ายเท่านั้น ต่อให้มันจะใช้ได้ หากนำไปขายให้พวกเศรษฐีผู้ดี ก็คงแลกเป็นเงินทองให้ท่านได้ใช้ไปตลอดชีพแล้ว”
“ม…ไม่เคยคิดขอรับ…”
ซ่งโหยวเงยหน้าสบตากับเขา
ชายผู้นี้ตอบเพียงสั้นๆ ทว่าเขากลับมองเห็นความคิดจากแววตานั้นได้อย่างชัดเจน
“ท่านปราบปีศาจได้เก่งกาจนัก”
“ล…ล้วนเป็นเพราะของวิเศษของท่านเซียนร้ายกาจขอรับ พวกปีศาจผีสางมิได้กลัวผู้น้อยเลย พอพวกมันพุ่งเข้าใส่ ผู้น้อยก็ฟาดไปสองทีพวกมันก็ตายตกตามกันไปหมด”
“ก็นับว่าท่านใจกล้าด้วยส่วนหนึ่ง”
“…”
“ท่านยังไม่ได้บอกข้าเลยว่าเหตุใดถึงขโมยไม้เท้าข้าไป”
“ข้า…ผู้น้อย…เมื่อก่อนเคยได้ยินที่โรงน้ำชาเล่าว่า เมื่อก่อนในหยางตูมีคุณชายแซ่ต้วนผู้หนึ่ง เชี่ยวชาญการปราบปีศาจขจัดภัยนัก ทว่าแท้จริงเขาเป็