ียวในการรักษาชีวิตของเขาก็คือไม้เท้ากิ่งนี้แล้ว
ทว่าหากมิใช่ปีศาจ เช่นนั้นส่วนใหญ่ก็คงจะเป็น…
เห็นเพียงนักพรตผู้นั้นโบกมือเบาๆ
พรึ่บ!
ไม้เท้าไม้ไผ่พลันสั่นสะท้านสะบัดหลุดจากมือของเขา แล้วพุ่งทะยานเข้าไปอยู่ในมือนักพรตผู้นั้นในชั่วพริบตา
“…”
ฮั่วเอ้อร์หนิวถึงกับยืนบื้อ
ที่เขาสามารถเดาได้ว่าคนผู้นี้คือใคร ก็เพราะฉากเหตุการณ์เช่นนี้เขาได้เฝ้าจินตนาการถึงอยู่หลายครั้งหลายคราในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ทว่าเมื่อต้องเผชิญหน้าเข้าจริงๆ เขากลับทำตัวไม่ถูก
รอบกายเงียบสงัด มีเพียงเสียงฟืนไฟปะทุ
ได้ยินเพียงนักพรตผู้นั้นเอ่ยปากถามเขาว่า “ไยท่านถึงขโมยไม้เท้าข้าไปเล่า”
“…”
ฮั่วเอ้อร์หนิวยังคงยืนอึ้ง จ้องมองเขาตาค้าง
ในเมื่อช่วงหลายวันที่ผ่านมาเขาเคยคิดถึงยามที่เทพเซียนผู้นี้มาทวงไม้เท้าคืน และอาจจะต้องรับโทษทัณฑ์ ย่อมเคยคิดถึงคำตอบไว้แล้วเช่นกัน
เคยคิดว่าจะทรุดกายลงคุกเข่าอ้อนวอนขอขมา เคยคิดว่าจะพูดความจริงและยอมรับการลงทัณฑ์ทุกประการ หรือแม้แต่เคยคิดจะรวบรวมความกล้า บอกเล่าความจริงว่าภายนอกเมืองยามนี้วุ่นวายเพียงใด และตนที่ถือไม้เท้ากิ่งนี้ไปก็มิเคยกระทำเรื่องชั่วช้า มีแต่ช่วยปราบปีศาจขจัดภัย เพื่อหวังให้ท่านเซียนไม่เอาความ
ทว่ายามนี้ ลำคอกลับตีบตัน ได้แต่ยืนนิ่งอยู่กับที่
“หึ…”
นักพรตส่ายหน้าพลางยิ้มบางๆ เขาถือไม้เท้าไว้ในมือ ลูบคลำสำรวจอย่างละเอียด ก่อนจะเอ่ยถามต่อว่า “ช่วงเวลาที่ผ่านมา ท่านใช้มั