เกตเห็นความผิดปกติเลยสักคนเดียว
สายตาของแม่นางสามสีเคลื่อนที่ตามไปอย่างช้าๆ ศีรษะของนางก้มต่ำลงเรื่อยๆ จนกระทั่งจุดที่นางจดจ้องอยู่นั้นเคลื่อนจากกลางจวนมาอยู่ใกล้กับตำแหน่งประตูใหญ่ นางก้มหน้าลงต่ำมากก่อนจะเงยขึ้นไปสบตากับชายชราผู้นั้น แล้วมองวนไปที่คนรอบข้าง ก่อนจะโพล่งออกมาว่า
“พวกเจ้าอย่าปล่อยให้มันหนีไปได้นะ!”
น้ำเสียงใสกังวานนั้นไม่ได้ดังมากนัก ทว่ากลับดึงดูดความสนใจของทุกคนได้ในทันที
นี่คือประโยคแรกที่นางเอ่ยออกมา นับตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าประตูจวนและกระโดดขึ้นไปนั่งบนกำแพง
ชายชราที่นั่งกุมบังเหียนอยู่กลางจวนซึ่งคอยลอบสังเกตนางอยู่ตลอด เมื่อได้ยินดังนั้นก็รีบใช้ไม้เท้าเคาะพื้นทันที พลางตะโกนสั่งการ “ดูรอยเท้าบนพื้นให้ดี!”
ชายชรามีอำนาจบารมีสูงส่ง ทุกคนจึงรีบทำตามทันที
คบไฟทุกลูกถูกกดต่ำลง โคมไฟถูกลดระดับจนเกือบติดพื้น ทุกคนต่างก้มตัวลง ค้นหาบนพื้นอย่างระมัดระวัง
“ผิดปกติ!”
ทันใดนั้น คนที่ตาไวคนหนึ่งก็พบสิ่งผิดปกติเข้า
มันไม่ใช่รอยเท้าที่จู่ๆ ก็โผล่ขึ้นมากลางลานว่าง แต่เป็นรอยเท้าที่เหยียบทับลงบนรอยเท้าเดิมที่คนในบ้านเคยเหยียบไว้ แป้งหมี่ตรงนั้นไม่ได้อาบไปหมดเสียทีเดียว เพียงแต่ปริมาณแป้งในรอยเท้านั้นเบาบางลงมาก ทว่าบนรอยเท้าที่พร่ามัวเหล่านั้น กลับมีจุดเล็กๆ ปรากฏขึ้นมาหลายจุด คล้ายกับรอยปลายนิ้วกดลงไป
เนื่องจากรอยเดิมนั้นเลือนรางอยู่แล้ว ทั้งยังเป็นเวลากลางคืน หากไม่สังเกตให้ดีก