งกะละมังแป้งวิ่งหน้าตั้งเข้ามา
บางคนรีบงับประตูปิดลงทันควัน ส่วนชาวบ้านร้านตลาดที่ตอนแรกยืนมุงดูอยู่ด้านนอก บัดนี้พากันหลบหนีไปไกลราวกับเจออสรพิษ
วูบ…
พลันบังเกิดสายลมปราณหยินพัดกรรโชกขึ้นกลางลาน
ลมเย็นยะเยือกพัดผ่านจุดใด คนในตระกูลเลี่ยวที่อาศัยอยู่ในจวนมานานต่างรู้สึกลำไส้ปั่นป่วนจนต้องงอตัวลง แล้วพ่นน้ำสีดำออกมาจากปาก
ซ่า…
น้ำสีดำนั้นส่งกลิ่นเหม็นเน่ารุนแรง ราวกับน้ำแช่เนื้อที่ถูกทิ้งไว้กลางแดดจัดจนเน่าเสีย เพียงตกถึงพื้นก็กระเซ็นไปทั่ว ยามลมพัดพาสิ่งนี้ไป กลิ่นคาวคลุ้งก็ตลบอบอวลไปทั่วทั้งคฤหาสน์
จากนั้นทุกคนก็รู้สึกปวดมวนในท้องราวกับถูกมีดกรีด แทบจะทนทานไม่ไหว
ชายคนที่ถือกะละมังแป้งมาก็เป็นไปกับเขาด้วย มือไม้สิ้นเรี่ยวแรงจนกะละมังหลุดมือตกลงพื้น
เคร้ง!
ทว่าบรรดาญาติมิตรที่มาช่วยงาน หรือจอมยุทธ์ที่จ้างมากลับไม่ได้รับผลกระทบนัก อย่างมากก็เพียงรู้สึกหนาวสั่นชั่วครู่ เมื่อเห็นกะละมังแป้งร่วงและมีแป้งหกกระจายอยู่ไม่น้อย ชายวัยกลางคนคนหนึ่งที่ปฏิกิริยาไวรีบเข้าไปคว้ากะละมังขึ้นมาแล้วสาดแป้งไปข้างหน้า จอมยุทธ์อีกคนเห็นดังนั้นก็ขยับกายตาม เอื้อมมือไปกอบแป้งบนพื้นสาดตามไปเช่นกัน
คนที่อาเจียนเป็นน้ำดำก็ยังคงอาเจียนต่อไป ส่วนแป้งหมี่ที่สาดออกไปนั้นตกลงสู่พื้น
เมื่อแป้งแห้งสัมผัสกับน้ำดำเหลวหนืด มันก็จับตัวเป็นก้อนทันที เผยให้เห็นทรวดทรงของบางสิ่งที่กำลังคลานอยู่
ขนาดเท่าฝ่ามือ พอมองออกเลื