อนรางว่าเป็นคางคก
ทว่ามันกลับคลานช้าลงเรื่อยๆ ท่าทางดูแข็งทื่อ
“อยู่นั่น!”
กลุ่มคนพากันโจนทะยานเข้าใส่
เด็กหญิงที่นั่งอยู่บนกำแพงอดไม่ได้ที่จะย่นจมูกพลางทำสีหน้ารังเกียจกลิ่นเหม็น ทว่านางก็ไม่ยอมละสายตาไปทางอื่น ยังคงจ้องมองการจับคางคกทองคำของพวกมนุษย์อย่างไม่กะพริบตา
ทว่าแปลกนัก ทั้งที่มีคนมากมายเอื้อมมือไปตะครุบ แต่ถ้าไม่คว้าไปทางซ้าย ก็คว้าไปทางขวา บ้างก็ยื่นมือล้ำไปข้างหน้าหรือไม่ก็ตกไปข้างหลัง ราวกับว่าไม่มีใครสัมผัสถูกตัวมันได้เลย
กลายเป็นว่าคนกลุ่มนั้นเอาหัวชนกันเองจนโหนกนูนไปตามๆ กัน
เด็กหญิงเริ่มมีสีหน้าสงสัย นางจ้องมองอย่างตั้งอกตั้งใจพลางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตะโกนขึ้นว่า
“ตัวปลอม อย่าไปมอง!”
ทว่าท่ามกลางความโกลาหลเบื้องล่าง กลับมีคนได้ยินน้ำเสียงใสกังวานนั้นเพียงไม่กี่คน
ทว่าชายชราที่นั่งอยู่ใจกลางวงรีบใช้ไม้เท้ากระแทกพื้นทันที แม้เขายังคงอาเจียนน้ำดำออกมาอย่างทุกข์ทรมาน แต่ก็ยังฝืนเค้นเสียงตะโกนสั่งการ “หลับตา…หลับตาเสีย! ใช้มือคลำเอา อย่าไปมองมัน!”
ทุกคนต่างงุนงงไม่เข้าใจ แต่ก็มีบางคนยอมทำตามคำสั่ง
ช่างน่ามหัศจรรย์นัก
พอกลั้นใจหลับตาลงแล้วใช้วิธีคลำสะเปะสะปะ กลับกลายเป็นว่ามือไปสัมผัสถูกตัวคางคกโลหะที่เย็นเฉียบเข้าจนได้
คนขี้ขลาดรีบชักมือกลับราวกับถูกไฟลวก ส่วนคนใจกล้ากลับตะครุบไว้แน่นไม่ยอมปล่อย เมื่อมันดิ้นรนขัดขืนเขาก็ใช้แรงเข้าสู้พลางร้องตะโกนเรียกให้คนอื่นม