ามหวาดกลัวและระแวงสงสัย กลายเป็นความดุร้ายและเด็ดเดี่ยว โดยเฉพาะผู้อาวุโสไม่กี่คนนั้น แต่ละคนดูจะมีใจอาฆาตพร้อมจะสู้ตายกับภูตผีปีศาจอยู่รอมร่อ ความดุร้ายนั้นแม้แต่แม่นางสามสีเห็นแล้วก็ยังอดจะหวั่นใจเล็กๆ ไม่ได้
ในที่สุดก็มีคนเดินเข้ามาหานาง
“แม่นางสามสี…”
บุรุษวัยกลางคนที่ไปพบพวกเขาเมื่อช่วงบ่ายประสานมือกล่าวกับนาง “พวกเราตัดสินใจกันได้แล้ว จะกลับเข้าไปในจวนเดี๋ยวนี้ เพื่อลากคอสิ่งนั้นออกมา!”
“ตกลง!” เด็กหญิงตัวน้อยพยักหน้า “แม่นางสามสีจะปกป้องพวกเจ้าเอง!”
“ขอบพระคุณแม่นางสามสีมาก”
“เดินนำไปสิ!”
“รับทราบขอรับ…”
คนไม่กี่คนเดินนำหน้าไปก่อน โดยมีเด็กหญิงก้าวตามไปข้างหลัง
เสียง ครืด ดังขึ้นยามผลักบานประตูใหญ่ให้เปิดออก
เด็กหญิงยังคงสะพายย่าม สูดจมูกดมพลางกวาดสายตามองซ้ายทีขวาที ก่อนจะละสายตากลับมาโดยไม่เอ่ยคำใด นางเพียงหมุนตัวขยับกายแวบเดียวก็กระโดดขึ้นไปนั่งอยู่บนกำแพงจวน
ทุกคนเห็นดังนั้นต่างพากันตกตะลึง
“พวกเจ้าหาไปเถอะ”
เด็กหญิงเอ่ยขึ้นเพียงเท่านั้นด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
“ทำตามที่ตกลงกันไว้!”
ทุกคนปิดประตูลงทันที บรรยากาศภายในจึงเริ่มคึกคักขึ้นมาอย่างยิ่ง
คนในบ้านทั้งเด็กและผู้ใหญ่กว่ายี่สิบชีวิต รวมกับญาติพี่น้องอีกหลายสิบคน รวมแล้วเป็นกลุ่มใหญ่พากันตระเตรียมการณ์อย่างเอิกเกริก เริ่มจากการไปนำแป้งหมี่จากในครัวมาโรยไว้บางๆ ทั่วจวน จากนั้นก็แบ่งกลุ่มกัน กลุ่มละสองสามคน ในมือถือกระบองและ