องซ่งโหยวหดแคบ พลันพึมพำกับตนเองเบาๆ
การที่สิ่งไร้วิญญาณจะกลายเป็นปีศาจนั้นยากลำบากที่สุด มักต้องอาศัยเงื่อนไขที่เคี่ยวกรำอย่างยิ่ง ไม่เพียงแต่ต้องอยู่ในสถานที่พิเศษที่มีพลังวิญญาณหนาแน่นและมีพลังพิสดารเท่านั้น แต่ยังต้องใช้เวลายาวนานแสนนาน ค่อยๆ ดูดซับพลังฟ้าดินและแก่นตะวันจันทราจึงจะสำเร็จ ซ่งโหยวลงเขามาหลายปี ทว่ากลับเคยพบเจอสิ่งไร้วิญญาณที่กลายเป็นปีศาจเพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้น
มีมาตั้งแต่โบราณ…เพิ่งจะมาตื่นในยุคนี้…
ซ่งโหยวหาได้สงสัยว่าปีศาจตนนั้นจะพูดจาโป้ปดก่อนตายไม่ เพราะมันสอดคล้องกับที่เขาคาดการณ์ไว้ไม่มีผิดเพี้ยน
“แม้สิ่งชั่วร้ายจะดับสูญไปแล้ว แต่ปราณหยินและปราณอาถรรพ์ยังคงเข้มข้นนัก หากมนุษย์สัมผัสคลุกคลีเป็นเวลานานจะส่งผลเสียต่อร่างกาย ทางที่ดีควรนำไปฝังลึกลงใต้ดิน มิเช่นนั้นก็นำไปทิ้งในเตาเผาเครื่องปั้นดินเผาให้ไฟแผดเผาตลอดวันตลอดคืน”
“ไอ้หยา…”
ชายฉกรรจ์ผู้นั้นตกใจจนแทบจะขว้างหินในมือทิ้งทันควัน
คนอื่นๆ ก็รีบถอยห่างออกไปไกลกว่าเดิม
ซ่งโหยวนิ่งคิดครู่หนึ่งจึงกล่าวว่า “ทุกท่านกล้าหาญพอจะลุกขึ้นสู้กับปีศาจร้ายในวันนี้ นับเป็นเรื่องที่หาได้ยากยิ่งนัก พึงรู้ไว้ว่าไม่ว่าจะเป็นภูตผีหรือปิศาจร้าย ล้วนไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด หากมนุษย์รวมใจเป็นหนึ่งเดียว ย่อมสามารถฝ่าฟันอุปสรรคทั้งปวงได้ วันหน้าหากเมืองหยางตูมีเรื่องประหลาดเกิดขึ้นกับทุกท่านหรือคนรอบข้างอีก แม้จะไม่วู่วามบุ่มบา