้องแจ้งรายละเอียดให้ครบถ้วนว่าปีศาจอยู่ที่ใด รูปร่างอย่างไร ทำร้ายคนอย่างไร และมีคนเดือดร้อนกี่คน ต้องกล่าวซ้ำให้ครบสามจบ หากยังไม่ได้ผล ก็ให้ไปพร่ำบ่นอธิษฐานทุกวัน” ซ่งโหยวกล่าวจบก็พลันยิ้มออกมา “นี่คือยอดอุบาย”
“จะจำให้มั่นเลยขอรับ!”
ทุกคนต่างรีบรับคำ
จากนั้นชายแซ่หลี่ก็กวักมือเรียกไปทางด้านหลัง พลันมีชายหนุ่มอีกคนที่หน้าตาคล้ายคลึงกับเขาเจ็ดแปดส่วนเดินประคองถาดที่คลุมด้วยผ้าแดงออกมา
“ช่วงเวลาที่ผ่านมา พวกเราเสียเงินเสียทองไปเปล่าประโยชน์มากมาย แต่กลับไม่อาจจัดการปิศาจตนนั้นได้ จนต้องมาอ้อนวอนขอพึ่งท่านอาจารย์เซียน มิเช่นนั้นก็มิรู้ว่าจะต้องถูกมันทรมานไปอีกนานเท่าใด” ชายแซ่หลี่กล่าวพลางเลิกผ้าแดงออก เผยให้เห็นก้อนเงินและเศษเงินจำนวนหนึ่ง “นี่คือเงินที่แต่ละบ้านช่วยกันลงขัน บ้านไหนมีมากก็ให้มาก บ้านไหนขัดสนก็ให้น้อย ถือเป็นน้ำใจของพวกเรา และเป็นการแสดงความกตัญญูต่อท่านอาจารย์เซียน ขอท่านโปรดรับไว้ด้วยเถิด”
เด็กหญิงตัวน้อยข้างกายนักพรตที่ยืนถือกองชามอยู่นิ่งๆ พลันเขย่งปลายเท้า ชะโงกหน้ามองดูถาดนั้น พริบตาเดียวดวงตาของนางก็เบิกกว้าง ลมหายใจถึงกับสะดุดไปชั่วขณะ
“ขอท่านอาจารย์เซียนโปรดรับไว้ด้วยเถิด…”
ฝูงชนต่างส่งเสียงร้องบอกด้วยคำพูดทำนองเดียวกัน
“ท่านกล่าวว่าเป็นน้ำใจและเป็นความกตัญญู น้ำใจนั้นรับได้ แต่ความกตัญญูนั้นข้าไม่อาจรับไว้” ซ่งโหยวนิ่งคิดครู่หนึ่งก่อนจะกล่าว “เช่นนั้น ข้าข