อรับไว้เพียงครึ่งเดียว”
“…”
ชายแซ่หลี่ได้ยินดังนั้นก็นิ่งอึ้ง บังเกิดความเสียดายและเสียใจขึ้นมาทันที
ผู้อาวุโสสองสามคนที่อยู่ข้างๆ ต่างพากันหันมาจถลึงตาใส่เขา
เห็นเพียงนักพรตวาดมือผ่านถาดเบาๆ
เกร้ง…
เงินทองทั้งหมดบนถาดพลันแยกออกเป็นสองฝั่งตรงกลางอย่างเป็นระเบียบ
เด็กหญิงตัวน้อยหน้าตางดงามราวกับตุ๊กตา ดูไม่เหมือนมนุษย์เดินดินเลยแม้แต่น้อย รีบวางกองชามคืนลงบนม้านั่งหินทันควัน แล้ววิ่งพรวดเข้าไปกวาดเงินอีกครึ่งหนึ่งจากมือชายแซ่หลี่เข้าสู่อ้อมอกตนเองอย่างรวดเร็ว
เป็นเงินครึ่งหนึ่งพอดี นางนึกเสียดายที่ไม่สามารถเอาไปได้มากกว่านี้ แต่ก็จะไม่ยอมให้ขาดไปแม้สักเหวิน
“แล้วไม้เท้าไผ่ของข้าเล่า”
นักพรตเอ่ยถามพวกเขาด้วยรอยยิ้ม
“ของวิเศษของท่านอาจารย์เซียนยามนี้อยู่ที่ฮั่วเอ้อร์หนิวขอรับ” ชายแซ่หลี่กล่าวพลางยืดตัวขึ้น มองซ้ายมองขวาแล้วหันไปมองข้างหลังเพื่อตามหาฮั่วเอ้อร์หนิวผู้นั้น
ผู้คนมากมายเบื้องหลังต่างก็หันกลับไปมองเช่นกัน
“?”
สีหน้าของชายแซ่หลี่พลันแข็งค้างไป
เจ้าฮั่วเอ้อร์หนิวผู้นั้นร่างกายกำยำล่ำสัน รูปร่างสะดุดตายิ่งนัก ย่อมหาได้ไม่ยาก อีกทั้งตอนมาตนยังกำชับเสียดิบดีให้เดินตามหลังตนมา เขาก็รับคำอย่างแข็งขัน แล้วเหตุใดตอนนี้จึงหายหัวไปเสียได้
เห็นเพียงแสงจากคบไฟและโคมไฟสว่างไสวไปทั่ว ทั้งในและนอกลานบ้าน ทว่ากลับไร้เงาของฮั่วเอ้อร์หนิว
“ฮั่วเอ้อร์หนิว!”
“ฮั่วเอ้อร์หนิวอยู่ที่ไหน”
ฝูงชนต่าง