บอยู่ในบ้าน บ้างแอบหลังกำแพงริมทาง และบ้างก็ดักซุ่มอยู่ในเส้นทางที่คาดว่ามันจะหลบหนี ทุกคนต่างกลั้นหายใจนิ่งเงียบเฝ้ารอคอย หัวใจที่เต้นรัวแรงนั้นหามิใช่ความกลัวไม่ ทว่าคือความตื่นเต้นฮึกเหิม
หลายคนอดไม่ได้ที่จะเบิกตาโพลง จนมือเท้าสั่นเทาด้วยความตื่นตัว
ยามนี้ต่อให้เป็นเสือร้ายหรือมังกรคลั่ง ก็คงถูกทุบตีจนน่วมเป็นแน่
ชายแซ่หลี่แม้ร่างกายจะซูบผอม แต่เขาก็หยิบยืมดาบเหล็กมาเล่มหนึ่ง กุมไว้ในมือแน่น เขามองดูผู้คนรอบกาย พลางนึกถึงสหายร่วมอุดมการณ์อีกมากมายที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืด รู้สึกได้ถึงกระแสความร้อนที่พุ่งพล่านขึ้นสู่สมอง โลหิตทั่วร่างวิ่งพล่านดั่งม้าคะนองอยู่ใต้ผิวหนังจนมิอาจหยุดยั้ง ในหัวนอกจากจะจินตนาการถึงภาพการรุมล้อมจับกุมปีศาจตนนั้นแล้ว สิ่งเดียวที่เขายังจำได้ติดตาคือวาจาราบเรียบของนักพรตหนุ่มผู้นั้น
‘โลกใบนี้อย่างไรเสียก็เป็นโลกของมนุษย์ เหตุที่มนุษย์สามารถครองแผ่นดินได้ ก็มิใช่เพราะพึ่งพาแต่เทพเซียนบนสวรรค์หรือผู้นักพรตบนดินไปเสียทั้งหมด’
ยามนั้นนักพรตหนุ่มกล่าวด้วยท่าทีสงบนิ่ง
คนในที่แห่งนั้นไม่ว่าจะเชื่อหรือไม่ ย่อมยังมิอาจเข้าซึ้งถึงแก่นแท้
ชายแซ่หลี่เพิ่งจะมาเข้าใจในตอนนี้เองว่า เบื้องหลังวาจานั้นแฝงไว้ด้วยพลังมหาศาลเพียงใด!
ยังไม่ทันได้ไตร่ตรองให้ลึกซึ้ง พลันได้ยินเสียงตะโกนจากเบื้องหน้า
“มันมาแล้ว!”
เสียงนั้นประดุจเสียงแตรศึกในสมรภูมิ
ปัง!!
บานประตูไม้ถูกผลักเปิดออกทั