้เอง
“ข้าอิ่มแล้ว”
“แม่นางสามสีก็อิ่มแล้ว”
“เดี๋ยวข้าล้างชามเอง”
“ข้าทำเอง!”
“แม่นางสามสีต้องตกปลาขายเงินเลี้ยงบ้าน กลับมายังต้องทำงานบ้านอีก จะลำบากแม่นางสามสีเกินไปหรือไม่”
“ข้าทำเอง!”
“เช่นนั้นข้าคงต้องขอน้อมรับน้ำใจแต่โดยดี”
“คราวหน้าเจ้าต้องทำกับข้าวให้เร็วกว่านี้หน่อย แม่นางสามสีกินข้าวเสร็จแล้วยังต้องอ่านหนังสืออีก” เด็กหญิงตัวน้อยลุกขึ้นเก็บชามพลางเอ่ย “กินข้าวตอนค่ำมันไม่ดีนะ เจ้ายิ่งตาบอดกลางคืนอยู่”
“วันนี้ข้ามีเรื่องต้องจัดการเลยล่าช้าไปบ้าง”
“เรื่องอะไรเล่า”
“…”
นักพรตยังไม่ทันจะได้ตอบ และเด็กหญิงที่โอบกองชามไว้ก็ยังไม่ทันได้เดินจากไป พลันได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากข้างนอก
เด็กหญิงหันขวับไปมอง จ้องเขม็งไปยังประตูด้วยความระแวดระวังทันที
ก๊อก ก๊อก…
เสียงเคาะประตูดังขึ้น
“…”
เด็กหญิงมองไปที่ประตูสลับกับมองนักพรต แล้วก้มมองกองชามในอ้อมอกนาง นางไม่ได้ขยับให้นักพรตไปเปิดประตู ทว่ายังคงยืนหยัดทำหน้าที่ศิษย์น้อยอย่างเคร่งครัด สุดท้ายนางก็วางชามลงแล้ววิ่งไปเปิดประตู
เอี๊ยด…บานประตูไม้เปิดออก
แสงจากโคมไฟและคบไฟนับไม่ถ้วนส่องกระทบใบหน้าที่เต็มไปด้วยความระแวดระวังของเด็กหญิง จนหน้าของนางแดงระเรื่อขึ้นเพราะแสงไฟ
เบื้องหลังบานประตูคือกลุ่มชาวหยางตู ครั้นพวกเขาเห็นประตูเปิดออก โดยที่ยังไม่ทันมองให้ชัดว่าผู้ที่อยู่ข้างในเป็นใคร ก็พากันประสานมือค้อมกายคำนับลงอย่างพร้อมพรียง
“ขอบคุณท่านอา