ันอีกครั้ง
ขอทานตนนั้นไม่เจ็บปวดและไม่ร้องโหยหวนอีกต่อไป จะมีก็แต่ยามที่คมมีดทำครัวหรือมีดผ่าฟืนฟันลงเท่านั้นที่ร่างของมันจะสั่นสะท้านและร้องออกมาสั้นๆ ในที่สุดเมื่อเห็นว่ามีมีดอีกหลายเล่มจามลงมา มันจึงทนความเจ็บปวดไม่ไหว ตอบกลับมาว่า
“ไม่ใช่ว่ามีท่านเซียนมาคลายคุณไสยของข้าให้พวกเจ้าแล้วหรอกหรือ พวกเจ้าถึงได้กล้าบุกมาหาข้าถึงที่เช่นนี้ มิเช่นนั้นพวกเจ้าคงตาบอดกันไปหมดนานแล้ว…”
ทุกคนต่างตะลึงงัน ยังคงไม่เข้าใจความหมาย
มีเพียงคนไม่กี่คนที่เคยไปเยือนเรือนตระกูลเยี่ยเพื่อเชิญนักพรตหนุ่มผู้นั้นเท่านั้นที่ยืนอึ้งอยู่กับที่ ความคิดก็พลันกระจ่างขึ้นในทันใด ส่วนจอมยุทธ์ที่ถือไม้เท้าก็ได้แต่จ้องมองไม้เท้าในมือตนเองด้วยความตื่นตะลึงระคนสงสัย
แสงตะเกียงในเรือนวูบไหว
แม้มะเขือเปรี้ยวพื้นเมืองในยุคสมัยนี้จะมีผลเล็ก ทว่ากลับมีรสชาติเข้มข้นยิ่งนัก เมื่อนำมาต้มกับก้างปลาจึงได้รสเปรี้ยวหอมชวนน้ำลายสอ เนื้อปลานั้นทั้งนุ่มและเด้งสู้ฟัน ไร้ซึ่งกลิ่นคาวและก้าง
ซ่งโหยวคลุกข้าวกับน้ำแกงเปรี้ยว กินปลาแผ่นอย่างเอร็ดอร่อย บางทีก็คีบแบ่งให้เสาหลักของบ้านบ้าง
ส่วนแม่นางสามสีนั้นมุ่งมั่นอยู่กับการกินปลาตะเพียนตัวน้อยของนาง ดูจากสีหน้าแล้ว นางคงจะพึงพอใจกับปลาตะเพียนราดน้ำมันต้นหอมนี้ไม่น้อย
เมื่อสิ้นสุดมื้ออาหาร ทั้งคนทั้งแมวต่างก็อิ่มหนำสำราญใจ
แม้จะเป็นเพียงวันธรรมดาสามัญ ทว่าก็ต้องใช้ชีวิตให้มีรสมีชาติเช่นนี