เขียวหยกพุ่งฝ่าฝูงชนเข้ามา เล็งไปที่ศีรษะของเจ้าสิ่งชั่วร้ายที่กำลังอาละวาดเพราะสิ้นหนทางหนี แล้วหวดลงไปทันที
ไม้เท้าไม้ไผ่ถูกชูขึ้น สะท้อนแสงไฟเป็นประกายวาววับ
เจ้าสิ่งชั่วร้ายเงยหน้าขึ้น ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวสุดขีด มือเท้าพลันระเบิดเรี่ยวแรงมหาศาลผลักไสคนรอบข้างออกไป
ทว่าไม้เท้าไม้ไผ่ได้หวดลงมาถึงแล้ว
ป๊อก!
เสียงดังสนั่นเพียงครั้งเดียว
เจ้าสิ่งชั่วร้ายพลันอ่อนระทวยล้มพับลงกับพื้นทันที
ชาวยุทธ์ผู้ถือไม้เท้าถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง คนอื่นๆ ที่เห็นเหตุการณ์ต่างก็ยืนตะลึงงันไปตามๆ กัน
มีคนถือคบไฟเข้าไปตรวจดู พบว่าขอทานตนนั้นนอนสลบไสลอยู่บนพื้น แม้จะยังเบิกตาค้างอยู่ทว่ากลับมิอาจขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวได้แม้เพียงปลายนิ้ว
“ถุย! เจ้าปีศาจ!”
ฝูงชนนิ่งอึ้งอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดก็มีคนถ่มน้ำลายด่าทอ “รีบคลายคุณไสยให้พวกข้าเดี๋ยวนี้!”
เมื่อสิ่งชั่วร้ายนิ่งเงียบ ก็มีคนใช้ไม้พลองกระหน่ำตีทันที
เสียงที่กระทบถูกร่างมัน คล้ายกับการตีลงบนกระสอบข้าว
เจ้าปิศาจกะพริบตาถี่ๆ ราวกับสัตว์ป่าที่ใกล้สิ้นใจ มันถูกทุบตีไปอีกหลายทีจึงค่อยยอมปริปาก ทว่ากลับย้อนถามด้วยน้ำเสียงประหลาดแต่ถ้อยคำชัดเจนว่า “ไม่ใช่ว่าคลายไปแล้วหรืออย่างไร”
สำเนียงนั้นช่างฟังดูพิลึกพิลั่นนัก
“ถุย! เจ้าปีศาจ! ยังจะกล้าพูดจาโป้ปดอีก!”
“รีบคลายคุณไสยเดี๋ยวนี้!”
“มิเช่นนั้นข้าจะทุบเจ้าให้ตายตรงนี้เสีย!”
ไม้พลองนับไม่ถ้วนระดมฟาดลงบนร่างม