วเช่นนี้ก็ผิดนัก ปิศาจร้ายมิได้หมายความว่าจะต้องเก่งกาจกว่ามนุษย์เสมอไป ผีร้ายเองก็ยังเกรงกลัวคนใจกล้า บางคราที่ปีศาจหรือผีร้ายมีชัยเหนือคน ก็เพียงเพราะมันใช้เล่ห์กล ใช้จุดแข็งของตนจู่โจมจุดอ่อนของมนุษย์ และเพราะมนต์นั้นทำให้คนไม่กล้าขัดขืนต่างหาก” ซ่งโหยวมองทุกคนด้วยรอยยิ้ม “ในเมื่อต่อหน้ามือปราบ ปีศาจตนนั้นยังทำได้เพียงวิ่งหนี นั่นย่อมแสดงว่ามันก็มีฝีมือเพียงเท่านี้ หากทุกท่านรวบรวมความกล้า ระดมชายฉกรรจ์ เชิญชาวยุทธ์ใจกล้ามาช่วยกันวางแผนดักซุ่มในเส้นทางที่มันต้องผ่าน ก็ใช่ว่าจะจับตัวมันไม่ได้”
“แต่นี่…หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน…”
“ก็เพียงแค่กลัวว่าปีศาจตนนั้นจะใช้อาคมผ่านแผ่นสมุนไพรบนศีรษะทำร้ายทุกท่าน ทว่าขอเพียงตัดขาดการเชื่อมโยงนั้นเสีย แล้วยังมีสิ่งใดให้ต้องหวาดกลัวอีกเล่า”
“คุณชายไม่อาจออกโรงด้วยตนเองหรือขอรับ”
“ยามค่ำคืนผู้น้อยยังต้องทำอาหารน่ะสิ” ซ่งโหยวหัวเราะเบาๆ “โลกใบนี้อย่างไรเสียก็เป็นโลกของมนุษย์ เหตุที่มนุษย์สามารถครองแผ่นดินได้ ก็มิใช่เพราะพึ่งพาแต่เทพเซียนบนสวรรค์หรือผู้นักพรตบนดินไปเสียทั้งหมด พวกท่านเองก็มิได้ด้อยไปกว่ามือปราบของทางการ ต่อให้ลงมือพลาด อย่างมากที่สุดก็เพียงปล่อยให้มันหนีไปได้เท่านั้น เมืองหยางตูคงสงบสุขมานานเกินไปเสียแล้ว หากเป็นที่อื่นที่ชาวเมืองมีความกล้าหาญชาญชัย ปีศาจเช่นนี้คงถูกทุบตีจนตายไปนานแล้ว”
“…”
ทุกคนหันมองหน้ากันอีกครั้ง
ผู้ที่มาหาซ่งโหยว