ซึ้งแล้วว่ามิได้ตามหาคนผิด!
ก่อนหน้านี้ไม่ว่าจะไปวิงวอนเทพเจ้าตามวัดอาราม หรือไปพบผู้ทรงวิชาท่านใด บางคนก็ทำพิธีเสียหรูหราอลังการแต่ไร้แก่นสาร บางคนก็เล่นกลเผายันต์พ่นไฟกระดาษบินว่อน หรือบางคนก็เอาแต่ขู่ให้ขวัญเสีย ทว่าจะมีสิ่งใดที่ดูเรียบง่ายแต่น่าเกรงขามเท่าการยื่นมือเรียกไม้พลองออกมาจากห้องได้เช่นนี้เล่า
เมื่อก้มลงมองจึงพบว่าหามิใช่ไม้พลองไม่ ทว่าเป็นไม้เท้าไผ่
ไม้เท้าไม้ไผ่เล่มนี้สูงกว่าครึ่งตัวคนเล็กน้อย ข้อไผ่เรียงตัวเป็นระเบียบสม่ำเสมอ พื้นผิวเรียบเนียนเป็นมันวาว มีสีเขียวดุจดั่งหยก มองเพียงปราดเดียวก็รู้ว่าไม่ใช่ของธรรมดาสามัญ
“นี่คือไม้เท้าที่ข้าใช้ยามเดินทางไปทั่วหล้า สามารถใช้ฟาดฟันภูตผีปิศาจและสิ่งชั่วร้ายได้ พวกท่านจงรับไป มอบให้แก่ผู้ที่มีความกล้าหาญและมีวรยุทธแก่กล้า เมื่อพบปีศาจตนนั้น ให้ใช้ไม้เท้านี้ฟาดลงไป รับรองว่าเพียงครั้งเดียวมันต้องล้มพับไปแน่นอน หากพวกท่านไม่อาจจับกุมมันได้ อย่างน้อยมีไม้เท้านี้ไว้คุ้มกาย ก็ย่อมรับรองความปลอดภัยได้ไร้กังวล”
“คุณชายกล้ายืนยันหรือไม่”
ใครคนหนึ่งถามขึ้นด้วยความไม่แน่ใจและระแวดระวัง
“ฮ่าๆ…”
ได้ยินเพียงเสียงหัวเราะเบาๆ จากนักพรตเพื่อปลอบประโลมให้พวกเขาเบาใจ ก่อนจะยื่นส่งไม้เท้าไผ่มาให้
ชายแซ่หลี่รีบรับมาอย่างนอบน้อม
ยามนี้แม้ในใจจะยังมีความประหม่าอยู่บ้าง แต่กับคำกล่าวของนักพรตผู้นี้ พวกเขาไม่มีความคลางแคลงใจเหลืออยู่แล้ว ทุกคนหั