ให้ที”
พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บ…
นกนางแอ่นขยับปีกบินพุ่งออกไปทันที
“อืม…”
ซ่งโหยวจึงค่อยๆ เดินเข้าครัวไปอย่างไม่รีบร้อน หยิบปลาสองตัวออกมาจากถัง ตามด้วยมีดทำครัวออกมาตบเบาๆ สองทีจนปลาแน่นิ่งไป ขูดเกล็ดจนสะอาดหมดจด ผ่าท้องควักไส้ออกมา
แสงตะวันเริ่มหม่นแสงลงทุกที
เอี๊ยด…
แม่นางสามสีผู้เป็นเสาหลักของบ้านหิ้วถังเปล่ากลับมาแล้ว
“หืม…”
เจ้าแมวสูดจมูก กวาดสายตามองซ้ายขวา ก่อนจะหิ้วถังตรงไปยังห้องครัว ยืนอยู่ที่หน้าประตูมองดูนักพรตที่กำลังจัดการกับปลาอยู่ข้างใน นางถามด้วยความสงสัยว่า
“นักพรต เหตุใดเจ้ายังทำกับข้าวไม่เสร็จอีก หรือว่าแอบนอนหลับไปอีกแล้ว”
“มีเรื่องนิดหน่อยน่ะ”
“ทำไมในบ้านถึงมีกลิ่นของคนอื่นอยู่ด้วยเล่า”
“เมื่อครู่มีคนมาหา เลยล่าช้าไปบ้าง” มือของซ่งโหยวยังคงขยับไม่หยุดพลางหันไปมองเด็กหญิง “แม่นางสามสีขายปลาหมดไวจริง”
“พวกเถ้าแก่ร้านอาหารเห็นว่าแม่นางสามสีเป็นเด็กน้อย ทั้งปลาที่ตกได้ยังมีคุณภาพดี จึงชอบซื้อปลาของแม่นางสามสี”
“ต้องเป็นเพราะปลาที่แม่นางสามสีตกได้รสชาติอร่อยกว่าเป็นแน่”
“มันก็เหมือนกันนั่นแหละ!”
เด็กหญิงตัวน้อยอดไม่ได้ที่จะมองเขาด้วยความเป็นห่วง คล้ายกับรู้สึกว่านักพรตของตนเริ่มจะเซ่อซ่าขึ้นทุกวันเสียแล้ว
“ถ้าอย่างนั้นก็คงเป็นเพราะแม่นางสามสีน่ารักกว่าน่ะสิ”
“อืม…”
“ในเมื่อแม่นางสามสีกลับมาแล้ว รบกวนช่วยไปเด็ดมะเขือเปรี้ยวในสวนมาให้ข้าสักกำหนึ่ง พริกอีกสองสามเม็ด แล้วก็เ