ยู่นานแสนนาน
จนกระทั่งแมวน้อยกลับมา ขนฟืนลงเสร็จก็คืนร่างเดิมวิ่งกลับเข้ามาในห้อง เล่าเรื่องราวที่พบเห็นในวันนี้ให้เขาฟัง
“…ก็เป็นเช่นนี้ล่ะนะ!”
“สายฟ้าฟาดใส่คราเดียวก็ตายแล้วรึ…”
“ใช่แล้ว!”
“ดูท่าหลังจากโจวเหลยกงได้รับตำแหน่งจ้าวอัสนีและได้กลับมาจากทางเหนือ พลังศรัทธาคงรุดหน้าขึ้นมากทีเดียว”
“เป็นเช่นนั้นจริงๆ!”
“เฮ้อ…ฟ้าประทานพรให้แก่ผู้พากเพียร หากเทพเจ้าขยันหมั่นเพียร ลงมาปราบมารขจัดภัยในโลกมนุษย์อยู่เนืองนันต์ ผู้คนย่อมรักใคร่ศรัทธาและกราบไหว้บูชาเป็นธรรมดา สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่ท่านควรจะได้รับแล้ว” ซ่งโหยวส่ายหน้าพลางเอ่ย ขณะเดียวกันก็เลิกผ้าห่มขึ้น สอดเท้าเข้ารองเท้าข้างเตียงแล้วกล่าวด้วยท่าทีเนิบนาบว่า “ตัวข้าเองก็ต้องขยันขึ้นบ้างแล้ว จะนอนตื่นสายต่อไปไม่ได้”
แมวน้อยหมอบอยู่บนผ้าห่มนวม หันมาจ้องมองเขาตาค้าง
“ใกล้จะปีใหม่แล้ว…”
นักพรตหนุ่มพึมพำพลางก้าวเดินไปข้างหน้า
การตื่นขึ้นมาทำอาหารมื้ออร่อยสักมื้อ ย่อมเป็นสิ่งที่นักพรตพึงได้รับเช่นกัน
เป็นไปตามคาด ตามตรอกซอกซอยมีแต่ชาวบ้านวิพากษ์วิจารณ์กันเซ็งแซ่ ทุกคนต่างพูดถึงเรื่องที่เหลยกงสำแดงอิทธิฤทธิ์เมื่อเช้านี้ แต่ละคนเล่าด้วยความตื่นเต้นจนน้ำลายแตกฟอง ราวกับได้เห็นมาด้วยตาตนเองเสียทุกอย่าง ผู้คนส่วนใหญ่ต่างปรบมือยินดีที่เทพจี๋เล่อผู้ชั่วร้ายถูกเหลยกงปราบจนดับสิ้น
ทว่าก็มีคนไม่น้อยที่สงสัยในคำพูดทิ้งท้ายของเหลยกงในวันนั้น