ต่างถกเถียงกันไปต่างๆ นานา ทว่าก็หามีใครสรุปความหมายที่แท้จริงได้ไม่
นักพรตหนุ่มเพียงเผยรอยยิ้มจางๆ ซื้อหาอาหารเสร็จก็เดินกลับเรือน
เหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่วันก็พ้นรัชศกหมิงเต๋อปีที่เก้าแล้ว
เหตุการณ์เทพสายฟ้าโจวคังปั๋วสำแดงฤทธิ์ ฟาดอสนีบาตสังหารเทพนอกรีตจี๋เล่อ เมื่อวันที่ยี่สิบสี่เดือนสิบสองรัชศกหมิงเต๋อปีที่เก้านั้น มีพยานรู้เห็นมากมายนับไม่ถ้วน ทั้งบัณฑิตและขุนนาง เรื่องนี้ถูกกำหนดไว้แล้วว่าจะต้องถูกบันทึกลงในพงศาวดารท้องถิ่น รวมถึงบันทึกความทรงจำของเหล่านักปราชญ์ในยุคนี้ ส่วนใหญ่ต่างเริ่มจรดพู่กันลง เนื้อหาที่บันทึกไว้ล้วนไม่ต่างกันนัก และในช่วงท้ายมักจะย้ำเตือนเสมอว่า มีผู้เห็นเหตุการณ์กลางถนนอยู่มากมาย
เพียงแต่ไม่รู้ว่าเรื่องราวเหล่านี้จะแพร่งพรายไปได้ไกลเพียงใด
ไม่แน่ว่าอาจจะค่อยๆ กลายเป็นบทละครหรือตำนานเล่าขานสืบต่อกันในหมู่ราษฎร ทว่าก็ไม่อาจรู้ได้ว่าจะหลงเหลือไปถึงคนในอีกพันปีข้างหน้าได้มากน้อยเพียงใด
ครั้นถึงคืนส่งท้ายปีเก่า เมืองหยางตูก็ยังคงประดับโคมไฟงดงามตระการตา บรรยากาศเปี่ยมไปด้วยสิริมงคลยิ่ง ทว่าปีนี้ขาดเทพจี๋เล่อไป การปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายประสบผลสำเร็จ ความปิติยินดีจึงเพิ่มพูนขึ้นอีกส่วนหนึ่ง
ได้ยินมาว่าเมืองหยางตูได้คัดเลือกชัยภูมิเพื่อก่อสร้างวิหารให้โจวเหลยกงแล้ว ท่านเจ้าเมืองออกคำสั่งด้วยตนเองให้เสาะหาช่างฝีมือชั้นยอดในหยางโจวมาสร้างรูปเคารพของโจวเหลยกงให้ตรงตา