แก่ ในยุคแรกเริ่มระบำไล่ผีถูกจัดขึ้นโดยฮ่องเต้ ต่อมาในหมู่สามัญชนก็เริ่มจัดขึ้นบ้าง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเซ่นสรวงเทพเจ้าและขับไล่โรคระบาด” ซ่งโหยวก้มลงอธิบายให้ภูตน้อยทั้งสองฟัง “แต่เดิมระบำไล่ผีนั้นลึกลับ ขลังและไม่อาจลบหลู่ได้ ทว่านานวันเข้าก็แปรเปลี่ยนเป็นการแสดง เน้นความสนุกสนานและถือเอาเคล็ดมงคลเป็นหลัก”
“มันขับไล่โรคระบาดได้จริงหรือ” เด็กหญิงตัวน้อยแหงนหน้าขึ้นมองนักพรตที่อยู่ด้านหลังนาง
“ครั้นโบราณกาลนั้นข้าไม่อาจรู้ แต่ในยุคปัจจุบัน…” ซ่งโหยวก้มมองใบหน้าของนางที่หงายเงยขึ้น แล้วยกยิ้มให้ “ชาวเหอโจว ก็ยังร่ายรำระบำชนิดนี้กันอยู่”
“ไม่เห็นเข้าใจเลย”
“เช่นนั้นก็ไม่มีประโยชน์หรอก”
“ข้าเข้าใจแล้ว”
“คนข้างหน้าคือ ‘ฟางเซี่ยง’ เดิมเป็นเหล่ายอดบุรุษและนักรบ เดิมเป็นตำแหน่งขุนนางมาก่อน ภายหลังกลายเป็นเทพปราบผีที่ผู้คนเชื่อว่าสามารถตามจับตัวผีได้” ซ่งโหยวอธิบายต่อ “ส่วนคนข้างหลังเรียกว่า ‘ชีโถว’ เดิมทีมีสถานะเป็นเทพผู้เปิดทางปราบผีเช่นเดียวกับฟางเซี่ยง แต่ภายหลังถูกลดระดับลงมาให้เป็นรองฟางเซี่ยงขั้นหนึ่ง…”
ขบวนฟางเซี่ยงและชีโถวกำลังเคลื่อนผ่านหน้าพวกเขาไป
ฟางเซี่ยงสวมบทโดยผู้เฒ่า ดูสุขุมเยือกเย็นนัก ส่วนชีโถวที่สวมบทโดยชายหนุ่มนั้นมีท่วงท่าที่ปราดเปรียวและซุกซน เมื่อเห็นเด็กหญิงที่ยืนอยู่หน้านักพรตมีผิวพรรณขาวสะอ้านงดงาม ยามเดินผ่านจึงจงใจขยับเข้ามาหยอกล้อให้นางหวาดกลัวเล่น
แม่นางสาม