สียังคงยืนนิ่งสนิทอยู่หน้านักพรต จ้องมองพวกเขาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
ไม่รู้ว่าในใจนางกำลังคิดสิ่งใดอยู่
กระทั่งพวกเขาเดินผ่านไป นางจึงแหงนหน้าขึ้นถามนักพรตของตนอีกครา “พวกเขาจะจับเทพจี๋เล่อได้ไหม”
น้ำเสียงของนางทั้งใสและแผ่วเบา ประจวบเหมาะกับช่วงเวลาที่เสียงกลองและประทัดหยุดสงบลงชั่วครู่พอดี
ผู้คนรอบข้างหลายคนได้ยินเข้า ต่างพากันชำเลืองมองมาทางพวกเขา
ซ่งโหยวยกยิ้มละไม หาได้คิดหลีกเลี่ยงคำถาม “หากได้ผลจริง ป่านนี้คงไม่มีเทพจี๋เล่อแล้ว”
“ทั้งหมดคือเรื่องหลอกลวงหรือ”
“ก็ไม่ใช่ทั้งหมดเสียทีเดียว”
“ไม่ใช่ทั้งหมด”
“เจ้าแมวน้อยช่างสงสัย” ซ่งโหยวเอื้อมมือไปลูบหัวนาง เขาพบว่านางดูจะสูงขึ้นกว่าแต่ก่อนเล็กน้อย “ได้ยินว่าหากมองผ่านหน้ากากนั่ว จะสามารถมองเห็นเทพและผีได้ ดูเหมือนจะเป็นเรื่องจริงนะ”
“แม่นางสามสีแค่มองก็เห็นแล้ว!”
“แน่นอนว่าย่อมไม่มีใครเก่งกาจไปกว่าแม่นางสามสีของข้าหรอก”
นักพรตหนุ่มก้มลงเอ่ยกับนาง นกนางแอ่นบนบ่าเอียงคอซุกจะงอยปากเข้าไปในขน ดูเหมือนกำลังแต่งขน หรือไม่ก็เพราะทนฟังคำชมนั้นไม่ได้
“โปรยเงินบูชาองค์เทพเถิด!”
“โปรยเงินแลกความเป็นมงคลเถิด!”
กลุ่มขอทานที่คลุมร่างด้วยเศษผ้าแดง สวมหน้ากากเป็นเทพบริวารเดินผ่านพวกเขาไป แต่ละคนกระโดดโลดเต้นอย่างไร้ระเบียบ ขณะเดียวกันก็ยื่นมือออกมาขอเงิน
ผู้คนมากมายโยนเหรียญทองแดงออกไป เกิดเสียงแย่งชิงกันชุลมุนในหมู่ขอทาน
“ขับไล่ปราณภูตผีให้สิ้น…”