“นำพาปราณหยางบริสุทธิ์…”
“ขอให้บ้านท่านพบความเป็นสิริมงคล…”
เหล่าขอทานต่างจดจำถ้อยคำมงคลมา หวังว่าจะได้เงินทองกลับคืนมาบ้าง
กลุ่มขอทานค่อยๆ เดินผ่านหน้านักพรตไป
ในที่สุดบนใบหน้าของแม่นางสามสีก็เผยอารมณ์ความรู้สึกขึ้นมา
ต้องระวัง! ต้องระวังให้ดี!
โชคดีที่ขอทานเหล่านี้มองเห็นนักพรตที่อยู่ด้านหลังนาง ครั้นเห็นว่าเป็นนักพรต จึงเดินผ่านพวกเขาไปทันที
“ฟู่ว…”
แม่นางสามสีถอนหายใจอย่างโล่งอก
ขบวนยิ่งใหญ่ค่อยๆ เคลื่อนลับตาไป เลือนหายเข้าไปในม่านหมอกและควันประทัด
“ครึกครื้นดีจัง”
เด็กหญิงตัวน้อยหันกลับมาบอกนักพรต
“ดอกเหมยบานแล้ว”
นักพรตเงยหน้าบอกนาง
เด็กหญิงจึงมองไปข้างหน้า ที่อีกฟากหนึ่งของถนนมีต้นเหมยปลูกอยู่ ในเดือนสิบสองอันแสนหนาวเหน็บเช่นนี้ กำลังเบ่งบานสะพรั่งเต็มต้นเลย
นักพรตหนุ่มเริ่มก้าวเดินต่อไป
พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บ…
เจ้านกนางแอ่นรีบบินตามไป
เด็กหญิงก็เดินตามไปเช่นกัน
ที่ริมถนนในหยางตูมีร้านขายหมึกหนิงเซียง เนื่องจากหยางตูเป็นแหล่งผลิต ราคาจึงย่อมเยากว่าที่เมืองอี้ตูอยู่ไม่น้อย
ทว่าก็ยังตกอยู่ที่ก้อนละประมาณหกพันเหวิน
ซ่งโหยวเดินดูถึงสามร้าน ก่อนจะเลือกเอาที่ราคาถูกที่สุดคือก้อนละห้าพันแปดร้อยเหวิน เขาซื้อมาถึงสี่ก้อนต่อหน้าต่อตาแม่นางสามสีที่กำลังตกตะลึง คาดว่าคงใช้ได้อีกนาน
“ผลงานของแม่นางสามสีอาจถูกจารึกไว้เป็นพันปี ตัวอักษรนั้นไร้ราคา อย่าได้ตระหนี่ถี่เหนียวกับเงินเพียงเท่านี้เลย”