ซ่งโหยวลูบหัวนางต่อ “อีกอย่าง ปกติพวกเราก็ไม่ได้ใช้เงินเปลืองนัก”
“แพงเกินไปแล้ว!”
“กลับบ้านกันเถิด”
ซ่งโหยวถือหมึกเดินกลับไปยังที่พัก
แววเสียงกลองและฉิ่งฉาบยังคงลอยมาแต่ไกล ทั้งขลังทั้งลี้ลับ เสียงกู่ร้อง ‘นั่ว’ ดังแว่วมาจากในม่านหมอก ราวกับเสียงคำรามต่ำของเทพอสูรชั่วร้าย
พิธีนี้จะดำเนินไปเกือบตลอดทั้งวัน จนกว่าจะแห่รอบนครหยางตู
ระบำไล่ผีนั้นถือเป็นพิธีที่กินแรงไม่น้อยเลย
ยามนี้ยังเช้าอยู่ เมื่อเวลาล่วงเลยไป ผู้คนจากนอกเมืองจะทยอยเข้าเมืองมาเพิ่มขึ้น ผู้เข้าร่วมขบวนก็จะยิ่งมากกว่านี้ ทั้งจวนของทางการ ร้านค้าตลอดสองข้างทาง โรงเตี๊ยมหรือแม้แต่บ้านเรือนทั่วไปจะเตรียมสุราอาหารไว้ต้อนรับ นี่ไม่ใช่เพียงพิธีบวงสรวงครั้งยิ่งใหญ่ แต่ยังเป็นงานรื่นเริงของคนทั้งเมือง ดังที่มีคำกล่าวว่า ‘ชักชวนมิตรสหาย สนทนาข้ามคืน เสาะหาสุราอาหารไปทั่ว’ ก็คือภาพตรงหน้านี่เอง
ซ่งโหยวกลับมาถึงเรือนเป็นที่เรียบร้อย
ทันทีที่ผลักประตูเข้าไป ก็มีคนมาเคาะประตูทันที ที่แท้ก็เป็นหมอผีพเนจรผู้หนึ่งที่ไม่รู้ว่าเป็นจริงๆ หรือเป็นพวกต้อมตุ๋น พกยันต์กระดาษ กระดิ่งและดาบไม้มา ตั้งใจจะมาช่วยขจัดรังควานปัดเป่าสิ่งอัปมงคลให้แก่พวกเขา และแน่นอนว่าก็ถือโอกาสนี้ขอเงินรางวัลกลับไปด้วย
โดยปกติแล้วผู้วิเศษเหล่านี้มักจะไม่เอ่ยเรื่องเงินทองโดยตรง แต่มักจะบอกให้เจ้าบ้านมอบให้ตามศรัทธา
และแน่นอนยิ่งกว่าสิ่งใด แม่นางสามสีไม่อยากจะเสียเง