อกมาช่วยกันหน่อยสิ!’
ครั้นคิดถึงตรงนี้เฉิงเทียนเจิ้งเต๋อเจินจวินก็ได้แต่กัดฟันแน่น ความจริงนี่เป็นความแค้นส่วนตัว เจินจวินนิกายกระบี่อื่นๆ ย่อมไม่ยื่นมือมาเกี่ยวข้อง
สุดท้ายเมื่อคิดไปคิดมา เขาก็ได้แต่กลืนความคับข้องกลับลงไป สะบัดแขนเสื้อหมายจะถอยออกไป
ทว่าขณะนั้นเอง
ตูม! ตูม! ตูม!
เพียงพริบตาเดียว ฟ้าดินพลันสั่นสะท้าน ทะเลทุกข์โหมคลื่นบ้าคลั่งราวจะพลิกฟ้าในชั่วขณะ ดึงดูดสายตาของเหล่าเจินจวินทั้งหมด แสงเงานับไม่ถ้วนทยอยปรากฏขึ้น
“นี่มัน ทะเลทุกข์กำลังจะเปิดอีกครั้งงั้นหรือ?”
“เกินคาดจริงๆ! พวกเรายังต้องแบกรับตำแหน่งมรรคผลอยู่ อย่างน้อยก็อีกสิบกว่าปีกว่าจะมองเห็นโลกปัจจุบัน แต่กลับกลายเป็นว่าทะเลทุกข์เปิดเอง?”
“หรือว่าถิงโยวทนไม่ไหวแล้ว?”
“ไม่น่าใช่ น่าจะเกี่ยวกับความปั่นป่วนเมื่อครู่นี้มากกว่าเพลิงบนสวรรค์ดูเหมือนจะถูกผู้ใดแสวงหาสำเร็จแล้ว จึงเห็นว่าไม่จำเป็นต้องกักปิดอีกต่อไป?”
ในห้วงขณะนั้น เหล่าเจินจวินต่างบังเกิดความคิดในใจ
ทะเลทุกข์นั้นแยกออกจากโลกปัจจุบัน ที่สำคัญคู่ต่อกรก็ล้วนฐานะเสมอกัน การรับมือจึงยากลำบากนัก มิอาจเทียบกับโลกปัจจุบันที่ยังสามารถสำแดงบารมีไล่ข่มผู้บำเพ็ญรุ่นเล็กได้ตามใจ
“ ไปกันเถอะ!”
ฉับพลันก็มีเจินจวินเคลื่อนไหวทันที
โดยเฉพาะสามโพธิสัตว์แห่งแดนสุขาวดีที่ยังเหลือรอด กับจักรพรรดิเจียโย่วและสามมหาเสนาบดีต่างรีบเร่งดั่งสายลม หนึ่งนำหนึ่งตาม มุ่งตรงสู่โลกปัจจุบั