น
“ฮ่าๆๆ!”
เห็นภาพนั้น แม้เพิ่งผ่านศึกใหญ่ แต่เฟยเสวี่ยเจินจวินกลับยังเต็มเปี่ยมด้วยกำลัง ใบหน้าปรากฏรอยยิ้มกว้าง ดวงตาฉายแววคาดหวัง
“มีเรื่องสนุกให้ดูแล้ว!”
เจียงซี ซากโบราณสถานดินแดนสุขาวดี
ลวี่หยางยืนมือไพล่หลัง ระหว่างคิ้วมียันต์เพลิงสะท้อนแสงนภา มองไกลไปยังท้องฟ้าเบื้องบน ที่เบื้องหลังเขาพระอัครมเหสีเซียวและซั่วฮ่วนยืนเฝ้าคู่กันอยู่ทางซ้ายขวา
พลัน สายลมหนึ่งพัดโบกผ่าน
“ซ่า ซ่า ”
ท่ามกลางสายลม เงาร่างหนึ่งเลือนจากความพร่าเลือนสู่ความจริง อาภรณ์ขาวปลิวพลิ้ว ลงมายืนเบื้องหน้าลวี่หยาง ใบหน้าคมคายฉายรอยยิ้ม
ยังไม่ทันให้อีกฝ่ายเอื้อนเอ่ย ลวี่หยางก็ยกมือประสานคารวะ “ศิษย์คารวะบรรพชน”
บรรพชนถิงโยวเห็นดังนั้นก็ชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะหัวเราะเบาๆ ส่ายศีรษะ “เจ้าหนอเจ้า ”
แต่ไม่นานเขากลับหยุดค้างไป ด้วยระดับพลังในวันนี้ เพียงจิตสำนึกแผ่วหนึ่งก็สามารถทอดมองฟ้าดินได้ทั่ว ทว่าในยามนี้กลับแลเห็นสิ่งไม่คาดคิดในแคว้นเจียงซี
‘เขาหัวกะโหลก?’
เดิมทีควรตั้งอยู่ที่เจียงเป่ย แต่เวลานี้กลับผงาดกลางจุดศูนย์กลางเจียงซี แทนที่มหาวิหารใหญ่ในอดีต และไม่เพียงแค่ตัวเทือกเขาเท่านั้น แม้แต่เส้นชีพจรพิภพเบื้องล่าง ตลอดจนแดนลับอสูรวิญญาณที่เคยเป็นสำนักวิถีอสูรวิญญาณก็ถูกย้ายมาที่นี่พร้อมกันทั้งหมด!
บรรพชนถิงโยวหันกลับไป ดวงตาฉายแววซับซ้อน
ภูเขายาวเพียงแปดร้อยลี้ สำหรับเจินจวินหาใช่ปัญหา สิ่งน่ากังวลคือเส้นชีพจรพิ