ทว่าขณะที่นางหอบถ้วยชามเข้าไปในครัวและวางลงบนเตา ก็ต้องชะงักไปครู่หนึ่งคล้ายนึกอะไรขึ้นมาได้ นางรีบวิ่งไปที่หน้าเตาไฟ โน้มตัวลงใช้เหล็กคีบเขี่ยถ่านในกองขี้เถ้า
แกรก…
“นักพรต! กินมันนางแอ่นกัน!”
“เจ้าเผาไว้อย่างนั้นรึ”
“ใช่แล้ว! แม่นางสามสีเผาไว้ให้เจ้า!”
“ดูท่าแม่นางสามสีจะบรรลุวิชาก่อไฟแล้ว”
“กินมันนางแอ่นสิ!”
“ข้าเพิ่งจะกินอิ่ม”
“แม่นางสามสีตั้งใจเผาให้เจ้าเชียวนะ!”
“ประเดี๋ยวข้าค่อยกิน”
“แม่นางสามสีตั้งใจเลือกมาให้เจ้าเชียวนะ!”
“หืม เลือกมาอย่างนั้นรึ”
ซ่งโหยวจับใจความสำคัญในคำพูดของนางได้อย่างรวดเร็ว จึงอดไม่ได้ที่จะถามด้วยความสงสัย “แม่นางสามสีเลือกมันอย่างไรหรือ”
“ใช้ตามอง!”
“แล้วทำไมถึงถูกใจหัวนี้เล่า”
“มันดูดี!”
“…”
ใบหน้าของแม่นางสามสีนั้นขาวนวลหมดจด ทว่ายามนี้กลับไม่อาจมองเห็นอารมณ์ใดๆ เพียงแหงนหน้าสบตากับเขาด้วยความเคร่งเครียดจริงจังอยู่หน้าเตาฟืน
ซ่งโหยวจ้องมองนางอยู่ครู่หนึ่งแต่ก็เดาไม่ออกว่านางคิดสิ่งใดอยู่ จึงได้แต่ละสายตา แล้วเดินเข้าไปหาพลางบ่นพึมพำ “เอาเถิดๆ ในเมื่อเป็นน้ำใจของแม่นางสามสี ข้าก็คงต้องจำใจกินมันนางแอ่นนี้เป็นของหวานหลังอาหารสักมื้อ”
“ของหวานหลังอาหาร!”
“ใช่แล้ว…”
นับว่ายังโชคดีที่มื้ออาหารกินเวลานาน มันนางแอ่นก้อนนี้จึงยังคงร้อนอยู่ แต่ก็พอจะจับต้องได้
ซ่งโหยวหยิบมันขึ้นมาพินิจดูอย่างละเอียด
มันนางแอ่นถูกเผาจนผิวนอกดำเป็นตอตะโก ความยาวราวหนึ่งฝ่ามื