ิธีกรรมบนปะรำพิธีที่สร้างขึ้นกลางเมือง นั่งขัดสมาธิสวดภาวนา ยังมีหมอผีและผู้มีอาคมตามจุดต่างๆ ทั้งในและนอกเมืองที่สำแดงศาสตร์ของตน บ้างก็ฆ่าไก่ฆ่าแพะ บ้างก็เปลือยท่อนบนร่ายรำ ทั้งยังมีผู้วิเศษและพวกต้มตุ๋นเดินสายตามบ้านเรือน เมื่อเจอร้านค้าหรือคฤหาสน์หรูหราหน่อย ก็มิวายจะขอเงินรางวัลติดมือไป
ทว่าพิธีสำคัญคือ ‘ระบำไล่ผี’ ตามธรรมเนียมโบราณ
ขบวนแถวขนาดใหญ่ตีกลองรัวสนั่น แบกรูปเคารพเทพเจ้าเดินไปตามถนนสายหลักของหยางตู เบื้องหน้าสุดคือกลุ่มหมอผีที่ล้วนสวมหน้ากากไล่ผีที่มีรูปลักษณ์แตกต่างกัน พร้อมเครื่องประดับศีรษะและชุดที่จัดเตรียมมาโดยเฉพาะ บ้างมามือเปล่า บ้างมาพร้อมอาคมคู่กาย ร่ายรำท่วงท่าแปลกประหลาดไปตามทาง พร้อมทั้งตบมือและกู่ร้องกึกก้องเป็นระยะ ท่ามกลางควันประทัดฟุ้งกระจาย ช่างดูราวกับเทพเจ้าโบราณกำลังเสด็จผ่าน
สองข้างทางเนืองแน่นไปด้วยชาวเมืองที่มาเฝ้าชม
เด็กน้อยบางคนเบิกตากว้างไม่ยอมละสายตาแม้ครู่เดียว ขณะที่บางคนร้องไห้เพราะถูกภาพที่ดูพิสดารน่าเกรงขามนี้ จนบิดามารดาต้องคอยปลอบขวัญ
หากจะถามว่าในยามนี้สิ่งใดอัปมงคลที่สุดในหยางตู
เกรงว่าผู้คนส่วนใหญ่คงจะรู้แจ้งแก่ใจ
แน่นอนว่ายังมีคนบางกลุ่มที่ไม่รู้ความ ยังคงนับถือเทพจี๋เล่อว่าเป็นเทพเจ้าผู้ชอบธรรม เป็นเทพผู้บันดาลโชคลาภและฉุดช่วยพวกเขาให้พ้นจากผืนสมุทรแห่งความระทม
ทว่าเคยได้ยินแต่คนประสบเคราะห์เพราะเทพจี๋เล่อ ไม่เคยได้ยินว่าใครได้ด