ยความอิสรเสรีของผู้บำเพ็ญพรตอย่างแท้จริง
ทั้งสองคนกินข้าวคนละสองชามใหญ่ กับข้าวที่แม่นางสามสีบอกว่าต้องทานสองวันถึงจะหมด กลับถูกกินจนเกือบเกลี้ยงในมื้อเดียว แม้แต่ซ่งโหยวเห็นดังนั้นก็ยังรู้สึกภูมิใจในฝีมือตนเอง
ครั้นแล้วซ่งโหยวจึงตักน้ำแกงปลาให้
ปลาจี่อวี๋ขนาดกว้างกว่าสามนิ้วไม่ถือว่าเล็กนัก เมื่อนำไปทอดแล้วเคี่ยวจนได้ที่ ใส่ไข่ทอด หัวไชเท้าขาวและเต้าหู้ลงไป น้ำแกงที่ตักใส่ชามนั้นขาวนวลราวกับน้ำนม เพียงแค่เห็นก็น่าลิ้มลองยิ่งนัก
เขาตักให้เหวินผิงจื่อด้วยชามหนึ่ง
“ขอบคุณสหายบำเพ็ญ…”
เหวินผิงจื่ออิ่มหนำสำราญยิ่ง ทว่าเมื่อเห็นน้ำแกงสีขาวโพลนราวหิมะ มีชิ้นหัวไชเท้าฝานบางใสราวพระจันทร์ครึ่งเสี้ยวและเต้าหู้ขาวชิ้นสี่เหลี่ยมเล็กๆ เขาก็อดใจไม่ไหวจนต้องเอ่ยขอบคุณ
เขายกชามน้ำแกงขึ้นมา สัมผัสถึงไออุ่นจางๆ ก่อนจะเอ่ยกับซ่งโหยว “ไม่ปิดบังท่าน ที่ข้ามาเยือนในวันนี้ ก็เพราะอยากจะขอความช่วยเหลือจากท่าน”
“เกี่ยวกับเทพจี๋เล่อหรือ”
“ถูกต้องแล้ว…”
เหวินผิงจื่อเอ่ยออกมาด้วยความละอายใจมิใช่น้อย
“จะว่าไปก็ต้องโทษตัวข้าเอง ไม่น่าไปรั้งรออยู่ที่เขาฉยงซานนานถึงครึ่งปีเลย พออยู่ที่นั่นนานเกินไป จึงมาถึงหยางตูช้าไปครึ่งปี เทพจี๋เล่อองค์นี้เดิมทีใช้วิชาเร้นกายได้แยบยลนัก หากโจมตีตอนเขาไม่ทันตั้งตัว บางทีอาจไม่ได้รับมือยากไปกว่าเทพเสี่ยงเล่อที่เขาฉยงซานเลย ทว่าในช่วงครึ่งปีมานี้ หลังจากเขาถูกถอดถอนตำแหน่งก็พอจะ