บทที่ 453 ความสงบแห่งนครหยางตู
“เงินของผู้อื่นหรือ”
“ใช่แล้ว”
“อืม…”
ในที่สุดแม่นางสามสีผู้ซึ่งกระวนกระวายใจมาตลอดสองชั่วยามก็เลิกว้าวุ่นใจว่านักพรตของตนจะโง่เขลาถึงขั้นเห็นเงินตกอยู่บนถนนแล้วไม่รู้จักเก็บ นางเบิกตาโตครุ่นคิดเพียงครู่ ด้วยนางมีนิสัยขี้เหนียวติดตัวมาแต่ไหนแต่ไร ก็พลันรู้สึกเห็นอกเห็นใจครอบครัวที่ถูกพรากทรัพย์สินไปขึ้นมาทันที ดวงตากลมโตของนางขยายกว้างจนรูม่านตาแทบจะบดบังพื้นที่ดวงตามิด
“เทพองค์นั้นช่างร้ายกาจนัก! ถึงคิดแย่งเงินผู้อื่นไป!”
“ใช่แล้ว”
“หากพวกเราไม่ศรัทธาเขา เงินของพวกเราจะหายไปเช่นนั้นหรือไม่”
“เช่นนั้นแม่นางสามสีก็ต้องเฝ้าดูให้ดีแล้ว”
“อือ…”
“ทว่าแม่นางสามสีมีอิทธิฤทธิ์แก่กล้า ตบะสูงส่ง แม้แต่เทพอันเล่อผู้มีชื่อเสียงเคียงคู่กันมายังปราชัยให้แก่แม่นางสามสี คาดว่าเทพจี๋เล่อผู้นี้คงไม่กล้ามาตอแยเจ้าหรอก”
“แต่ดูเหมือนองค์นี้จะเก่งกาจกว่าองค์ก่อนนะ!”
“เจ้ารู้ได้อย่างไร”
“ข้าก็บอกไม่ถูกเหมือนกัน…”
“คงเป็นพรสวรรค์สินะ”
ซ่งโหยวนอนราบลงบนเตียง เอ่ยชมเสียงแผ่วเบา “ดึกมากแล้ว แม่นางสามสีนอนเถิด อีกสองวันพวกเราต้องย้ายไปที่พักใหม่กันแล้ว”
อากาศเดือนสิบสองช่างหนาวเหน็บ หมอกหนาหนักราวกับสายฝนโปรยปราย ตามตรอกซอกซอยในแดนเจียงหนาน เห็นถนนปูด้วยแผ่นหินเขียว กำแพงสีขาวเรียงรายต่อกันหลังแล้วหลังเล่า ทอดตัวยาวสุดสายตา
เสียงกีบม้าหนักแน่นแว่วมา
นักพรตหนุ่มผู้หนึ่งเดินถือไม้