เท้าพลางเหลียวมองรอบกาย แมวสามสีเงยหน้ามองซ้ายมองขวา ส่วนม้าขนแดงแบกก็สัมภาระเต็มหลังเดินตามมาติดๆ พร้อมด้วยนกนางแอ่นที่บินมาเกาะบนชายคาหินเขียว ทั้งหมดได้มาถึงตรอกเล็กๆ แห่งนี้แล้ว
“ที่นี่ทั้งสงบและสะดวกสบายนัก ผู้น้อยเพิ่งจะถางวัชพืชในเรือนไปเมื่อไม่นานนี้ ส่วนจุดที่หลังคารั่วซึมก็ซ่อมแซมให้แล้ว ข้าวของทุกอย่างในบ้านคุณชายสามารถหยิบใช้ได้ตามสะดวก ไม่มีที่ใดที่เปิดเข้าไปไม่ได้ ต้องรอพ้นปีใหม่ไปก่อนผู้น้อยถึงจะออกทะเลได้ เกรงว่าอย่างเร็วที่สุดคงเป็นปลายปีหน้าจึงจะกลับมา หรือหากออกทะเลไม่ได้ ก็จะพำนักอยู่ตามเมืองแนวชายฝั่งขอรับ” เยี่ยซินหรงผู้เป็นทายาทยักษาร่างกำยำยื่นกุญแจให้ “วันนี้ผู้น้อยต้องออกเดินทางลงใต้ไปชางยวนแล้ว หากวันใดคุณชายพำนักจนพอใจแล้วจะไปจากที่นี่ เพียงแค่ลงกลอนประตูแล้ววางกุญแจไว้ใต้ม้านั่งหินในสวนก็พอ หรือถึงทำหายก็ไม่เป็นไรขอรับ”
“ขอบคุณท่านมาก” ซ่งโหยวเอ่ยขอบคุณอย่างนอบน้อม “ข้ามีเรื่องหนึ่งอยากจะบอกท่าน นั่นคือนับจากนี้จ้าวสมุทรคงไม่ออกมาอาละวาดเหมือนดั่งก่อนแล้ว”
ซ่งโหยวชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยต่อว่า “หากในภายหน้าต้องเผชิญกับพายุคลื่นลมในทะเล หรือพบเจอจ้าวสมุทรสำแดงฤทธิ์ ก็ไม่ต้องใช้สัตว์ทั้งหลายเป็นเครื่องเซ่นแล้ว เพียงเตรียมรูปสลักเทพแรดขาวไว้ องค์หนึ่งให้สลักนามว่าพญาแรดขาวสีตัว ส่วนอีกองค์สลักนามว่าพญาแรดขาวสีเหมิ่ง จากนั้นจงตั้งจิตอธิษฐานเรียกขานนามของ