พวกเขาทั้งสอง บางทีอาจช่วยท่านได้”
“ผู้น้อยจะจดจำไว้ให้มั่น!”
“ลำพังข้าคงมีเงินไม่พอจ่ายค่าเช่าเรือนหลังนี้ ถือเสียว่าคำแนะนำนี้เป็นสิ่งตอบแทนน้ำใจก็แล้วกัน”
“คุณชาย…”
เยี่ยซินหรงเผยสีหน้าตื้นตัน ดูแล้วซับซ้อนยิ่งนัก
เดิมทีบุญคุณที่ซ่งโหยวได้ช่วยชีวิตพวกเขาไว้กลางทะเลนั้นก็ยิ่งใหญ่ค้ำฟ้าประดุจได้เกิดใหม่ ตนแค่ช่วยนำทางครั้งเดียวจะทดแทนได้หมดอย่างไรกัน ยามนี้ได้ยกเรือนว่างให้เทพเซียนพักพิง ยิ่งมิต้องกล่าวว่าใครจะเป็นฝ่ายได้กำไรหรือขาดทุน ต่อให้ยกบ้านให้ผู้มีพระคุณพำนักสักปีครึ่งปี ก็ย่อมไม่อาจทดแทนพระคุณได้แม้สักเสี้ยว
และหากวิธีที่คุณชายกล่าวมานั้นใช้ได้ผลจริงสำหรับเหล่าพ่อค้าเดินเรือที่ต้องร่อนเร่กลางทะเล สิ่งนั้นย่อมมีค่ามหาศาลไม่อาจประเมินเป็นเงินตราได้
ทั้งสองฝ่ายต่างประสานมือขอบคุณและกล่าวลา
เยี่ยซินหรงไม่ได้ขี่ม้า เขาเพียงใช้ล่อตัวหนึ่งลากรถ หาได้พกอาวุธมีคมใด เพียงเหน็บค้อนเหล็กไว้ที่เอว ไม่นานนักก็จูงล่อเดินโซเซจากไปจนลับตา
ซ่งโหยวมองส่งจนกระทั่งร่างของเขาหายลับเข้าไปในม่านหมอกตรงปากตรอก หลงเหลือเพียงเสียงล้อรถที่แว่วมาให้ได้ยิน ทว่ากลับไร้ซึ่งเงาคน เขาจึงละสายตากลับมาสำรวจรอบกาย
แม้จะเป็นเรือนที่นักรบทิ้งไว้ ทว่ามันย่อมไม่ได้สร้างขึ้นโดยฝีมือนักรบ เรือนหลังนี้จึงยังคงไว้ซึ่งความประณีตอ่อนช้อยตามแบบฉบับนครหยางตู
เรือนมีขนาดกำลังดี ไม่ได้ใหญ่โตเกินไปทว่าก็กว้างขวางกว่าเรือนห