ลังเล็กในนครอี้ตู อย่างน้อยก็สมควรถูกเรียกว่าจวน
ตั้งอยู่ในย่านเงียบสงบทางฝั่งตะวันออกของเมือง แม้ละแวกนี้จะไม่ใช่ที่พำนักของขุนนางชั้นสูง ทว่าส่วนใหญ่ก็เป็นเศรษฐีผู้มั่งคั่ง ตรอกหน้าประตูบ้านนั้นแสนสงบ ทว่าเพียงเดินออกไปสุดทางทิศซ้าย ก็จะพบกับแม่น้ำหยางเจียง ซึ่งเรียงรายไปด้วยหอโคมเขียว โรงสุราและสถานบันเทิงเริงรมย์มากมาย หากเดินไปทางขวาจนพ้นตรอก ก็จะเป็นถนนใหญ่ซึ่งหาซื้ออาหารสดและข้าวของได้สะดวกยิ่ง
ซ่งโหยวพึงพอใจกับทำเลนัก
มีความสงบวิเวก ทว่ายังแฝงไว้ด้วยกลิ่นอายแห่งปุถุชน
ตรงกับความชอบของเขาจริงๆ
ที่ฝั่งตรงข้ามเยื้องๆ กันก็มีเรือนอีกหลังหนึ่ง
แมวสามสีเดินดมไปทั่ว ก่อนจะมุดหน้าเข้าไปตรงร่องประตูบ้านฝั่งตรงข้าม ใช้ดวงตากลมโตแอบมองเข้าไปด้านใน ก่อนจะวิ่งกลับมาบอกซ่งโหยว
“บ้านหลังนั้นไม่มีคนอยู่ แล้วก็ไม่มีหนูด้วยเมี๊ยว”
“แม่นางสามสีรู้ได้อย่างไรว่าไม่มีคนอยู่”
“ไม่มีกลิ่นมนุษย์เลย!” เจ้าแมวเงยหน้าจ้องเขาอย่างเคร่งขรึม คล้ายไม่พอใจที่เขาตั้งแง่สงสัย “ข้างในถูกบังมิด แม่นางสามสีมองไม่เห็น แต่ข้าได้กลิ่นผลไม้เน่าลอยมานะ!”
“อย่างนั้นหรอกหรือ…”
“แม่นางสามสีพูดถูก” นกนางแอ่นบนหลังคากำลังหันคอจัดแต่งขน พลางชายตาไปมองด้านข้างแล้วเอ่ยขึ้น “เรือนหลังนี้ไร้ผู้อาศัยมานานแล้วจริงๆ ในสวนมีต้นไม้ผลต้นหนึ่ง ใบไม้และผลสุกร่วงหล่นกองพะเนิน ทว่าส่วนอื่นกลับไม่มีวัชพืชขึ้นเลย”
“อย่าไปสนใจเรื่องของผู้