ได้ฟังนักพรตจากอารามชิงอวิ๋นสวดมนต์ท่องบทกวีอยู่หนึ่งปี จะจดจำได้มากมายเพียงนั้นได้อย่างไร
บนเขามีลำธารใสไหลริน เหตุใดต้องลงมาขอน้ำดื่มที่ศาลเจ้าข้างล่างให้ลำบากเล่า
เพียงแต่ก่อนที่ซ่งโหยวจะไปเขาฉยงซาน เขาได้สืบข่าวเรื่องเทพเสี่ยงเล่อองค์นี้มาบ้าง ทราบว่าแม้จะทำผิดกฎเกณฑ์ไปบ้าง ทว่ามิได้เข่นฆ่ามนุษย์หรือบังคับเอาคนมาเซ่นสังเวยดั่งเช่นเทพอันเล่อ เมื่อไปถึงเขาฉยงซานแล้วได้พบคนตัดฟืนผู้นั้น ก็พอมองออกว่าเป็นเทพเสี่ยงเล่อที่บำเพ็ญตบะมาสูงแล้ว
ดังนั้นเมื่อขึ้นเขาไปแล้วพบว่าผู้ชนะในการประลองยามนั้นคือเหวินผิงจื่อ เขาจึงลงเขามาหยั่งเชิงด้วยวาจาและจากไปในที่สุด
ไม่ใช่ว่าจะต้องปล่อยเขาไปสถานเดียว เพียงแต่ในเมื่อราชครูไหว้วานให้เหวินผิงจื่อเป็นผู้จัดการ และในเมื่อเหวินผิงจื่อเลือกที่จะละเว้น ซ่งโหยวก็ไม่มีความจำเป็นต้องไปไล่บี้เอาความให้ถึงที่สุด
“ในเมื่อสหายบำเพ็ญพบเขาแล้ว และมองออกถึงตัวตนของเขา เหตุใดท่านถึงปล่อยเขาไปเล่า” เหวินผิงจื่อถามกลับ
เจ้าแมวสามสีในร่างเด็กหญิงก็หันขวับมาจ้องมองนักพรตของตนเช่นกัน
ซ่งโหยวยิ้มน้อยๆ แล้วเริ่มเล่าถึงวันที่พบกับคนตัดฟืน ทั้งบทสนทนา รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่เขาสังเกตเห็น รวมถึงแววตาท่าทางและการแสดงละครตบตาของคนตัดฟืนผู้นั้นให้ฟัง เหวินผิงจื่อฟังไปก็เอ่ยชมว่าน่าสนใจไป
เมื่อถึงช่วงที่น่าขัน นักพรตชราถึงกับแหงนหน้าหัวเราะร่า
เผยให้เห็นถึงกิริยาอันเปี่ยมด้ว