ืองรอง
“…”
ซ่งโหยวนั่งลงที่ข้างโต๊ะ เดิมทีตั้งใจจะหยิบถ้วยชามและตะเกียงน้ำมันออกมาจากย่าม แต่กลับอดไม่ได้ที่จะจ้องมองนางอยู่ครู่หนึ่ง ในใจพลันรู้สึกได้รับแรงบันดาลใจจากภาพอันงดงามและความสุขแสนบริสุทธิ์ของนาง แม้จะอยู่ในเมืองที่ไม่คุ้นเคยและสถานที่ที่แปลกถิ่น แต่จิตใจของเขากลับสงบลงได้ในทันที
ผ่านไปครู่ใหญ่ เขาจึงยกยิ้มพลางส่ายหน้าเบาๆ แล้วลงมือจัดแจงธุระของตนต่อ
ถ้วยชา ชามใบเล็ก ตะเกียงน้ำมัน ตะเกียบและช้อน
ของทุกอย่างถูกจัดวางไว้บนโต๊ะอย่างประณีต
เจ้าแมวได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวก็หันขวับมามองเขา ดวงตาฉายแววลังเล คล้ายอยากจะเข้ามาช่วยแต่ก็กำลังเล่นสนุกติดลมอยู่พอดี นางจึงยืนยกอุ้งเท้าค้างไว้กับที่ พร้อมกับจ้องมองเขาตาไม่กะพริบ ดูไปแล้วช่างน่าเอ็นดูนัก
กาลเวลาช่วยทำให้นางตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
เพียงครู่เดียวที่นางมัวแต่ลังเล นักพรตหนุ่มก็หยิบของออกมาเกือบครบแล้ว นางเข้าไปตอนนี้ก็คงช่วยอะไรไม่ได้มาก แม่นางสามสีจึงละสายตากลับไปจ้องมองละอองฝุ่นในลำแสงต่ออย่างสบายอารมณ์ อุ้งเท้าก็คอยตะปบเล่นไปมาไม่หยุด
ฟุ่บ…
ของชิ้นสุดท้ายที่ซ่งโหยววางลงบนโต๊ะคือตำราเล่มหนึ่ง
บนปกเขียนชื่อเรื่องไว้ว่า ‘บันทึกผืนพสุธาและท้องสมุทร’
หมายถึงขุนเขาสูงชันและท้องทะเลอันกว้างใหญ่นั่นเอง
หนังสือเล่มนี้เขาเพิ่งซื้อมาตอนเข้าเมือง เนื้อหาส่วนใหญ่บันทึกเรื่องราวประหลาดอัศจรรย์ในท้องทะเล มักเป็นเรื่องของปีศาจ พรายน้ำ หร