งมาที่นี่เพื่อเสพสำราญก่อนจะจากไป บางคนถึงกับลุ่มหลงอยู่ในย่านเริงรมย์จนหมดตัว
ซ่งโหยวเดินชมเมืองไปเรื่อยๆ
หอโคมเขียวตั้งอยู่เรียงรายกลายเป็นย่าน สะพานสลักลายวิจิตรงดงาม เสียดายที่เป็นช่วงฤดูหนาว กิ่งหลิวริมแม่น้ำยังไม่ผลิใบ มิเช่นนั้นคงเป็นภาพทิวทัศน์แสนงดงามดุจภาพวาด
“เหมียว”
เสียงเจ้าแมวแว่วมาจากแทบเท้า
ซ่งโหยวก้มลงมองพลางก้าวเดินต่อไป พลันกล่าวขึ้นมาลอยๆ “หาโรงเตี๊ยมพักก่อนเถิด…”
“เมี๊ยว”
“ไม่มีทางเลือกนี่นะ เราเพิ่งมาถึงยังไม่คุ้นเคยสถานที่ ไม่รู้ว่าพักแถวไหนจะดีกว่ากัน” นักพรตหนุ่มยันไม้เท้าไม้ไผ่เดินไปพลางพูดไปพลาง หาได้เกรงกลัวสายตาแปลกประหลาดของผู้คนที่สัญจรไปมา “เพราะฉะนั้นต้องหาโรงเตี๊ยมพักสักสองสามวัน เดินสำรวจหยางตูให้ทั่วก่อน แล้วค่อยตามหานายหน้าเช่าบ้าน จะได้ทำกับข้าวกินเองได้สะดวก อาหารที่นี่คงไม่ถูกปากแม่นางสามสีนัก”
“เมี๊ยว”
“เงินที่แม่นางสามสีหามาได้ยังเหลืออยู่อีกเยอะ”
“เหมียว!”
“แม้น้ำผึ้งจะมีค่า แต่บัดนี้เหลืออยู่ไม่มากแล้ว เก็บไว้ผสมน้ำให้แม่นางสามสีดื่มเถิด”
“อื้อ…”
เจ้าแมวก้มหน้าลง เดินซอยเท้าถี่ๆ ตามนักพรตหนุ่มไป หลบหลีกเท้าของผู้คนที่เดินผ่านไปมาได้อย่างว่องไว พร้อมกับส่ายหัวไปมา ใช้ดวงตาสีอำพันคู่สวยนั้นบันทึกภาพความรุ่งเรืองของเมืองใหญ่แห่งนี้ไว้
[1] ลูกเซี่ยงจื่อ หมายถึงลูกโอ๊ก