บทที่ 449 เรื่องราวสัพเพเหระในหยางตู
ค่าที่พักในหยางตูนั้นสูงลิ่ว แพงกว่าที่เล่อจวิ้นมากโข เดิมทีซ่งโหยวตั้งใจจะพักในโรงเตี๊ยมดีๆ สักแห่ง แต่สุดท้ายกลับได้พักในโรงจอดรถม้าเสียอย่างนั้น
ห้องพักชั้นล่างนั้นค่อนข้างเก่าและทรุดโทรม ภายในห้องนอกจากจะมีเตียงสี่เสาที่เนื้อไม้เริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำ ก็เหลือเพียงโต๊ะสี่เหลี่ยมหนึ่งตัวกับม้านั่งสี่ตัวที่วางคว่ำอยู่บนโต๊ะ หน้าต่างบานเล็กเพียงบานเดียวอยู่สูงเกือบติดเพดาน แสงแดดส่องลอดหน้าต่างเข้ามาเป็นลำเฉียงๆ กระทบพื้นเป็นวงสว่าง เผยให้เห็นฝุ่นละอองที่เต้นระบำอยู่ในอากาศ
ซ่งโหยวหิ้วสัมภาระเข้ามา กวาดสายตามองไปรอบห้องรอบหนึ่ง แล้วจึงวางย่ามลง
จากนั้นจึงยกม้านั่งลงจากโต๊ะ
ในย่ามของเขามีของครบครัน ต่อให้ต้องอยู่ในอารามร้างกลางป่าเขาลำเนาไพร ขอเพียงมีหลังคาคุ้มแดดคุ้มฝนได้ ก็นับว่าเพียงพอให้พวกเขาอยู่อย่างมิลำบากแล้ว สำหรับห้องพักอันเรียบง่ายเพียงนี้ ซ่งโหยวย่อมไม่คิดถือสา
ฝ่ายเจ้าแมวยิ่งไม่ถือสาใหญ่ แม้แต่ในใจก็ไม่เคยมีความคิดจำแนกสภาพห้อง เมื่อก้าวเข้ามาในห้อง นางก็เพียงเดินวนไปตามริมผนังเที่ยวหนึ่ง สูดดมกลิ่นอายจากทุกซอกมุม เมื่อวางใจแล้วก็วิ่งไปหยุดอยู่ใต้ลำแสงที่ลอดผ่านหน้าต่าง ยืนตัวตรงยื่นอุ้งเท้าออกมาตะปบฝุ่นที่ลอยอยู่ในแสงแดดเล่นอย่างรื่นเริง
เพียงชั่วครู่ ร่างของนางก็เข้าไปอยู่ในลำแสงนั้นด้วย
แสงตะวันอาบไล้เส้นขนของนางจนดูราวกับกำลังเร